--Advertisement--

การ์ตูน Doraemon The Movie โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981)

การ์ตูน Doraemon The Movie โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981) ดูบทความหลักที่ โดราเอมอน ตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の宇宙開拓史 ; ชื่อภาษาอังกฤษ: The Record of Nobita, Space blazer

การ์ตูนโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ โรพอล เด็กชายในอวกาศ วันหนึ่งเครื่องเกิดเสียระหว่างที่เดินทางกลับดาวบ้านเกิด เมื่อลองวาร์ป แล้ว ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างมิติ ที่เชื่อมโยงกับใต้เสื่อในห้องของโนบิตะ เมื่อหมดหนทางกลับบ้าน กลางดึกคืนนั้นเอง จามี่ สัตว์เลี้ยงของโรพอล ได้เปิดประตูข้ามมิติมาที่โลก จนเจอกับโนบิตะและโดราเอมอน โดราเอมอนจึงช่วยพากลับบ้าน แต่ทว่าบนดาวบ้านเกิดของโรพอลนั้น กลับมีเหล่าร้าย โจรโขมยแร่การ์ไทต์ โนบิตะและเพื่อน ๆ จึงต้องหาหนทาง ช่วยดาวดวงนี้ให้ได้

การ์ตูนภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ค.ศ. 1981 เป็นตอนที่ 2 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โดเรม่อนบุกพิภพอวกาศ"


http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/e/e5/Doraemon1981.png
การ์ตูน Doraemon The Movie โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981)


VDO การ์ตูน Doraemon The Movie โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ (1981)

ที่มา th.wikipedia.org

Read More »

การ์ตูน Doraemon The Movie ผจญภัยไดโนเสาร์ (1980)

การ์ตูน Doraemon The Movie ผจญภัยไดโนเสาร์ (1980) ดูบทความหลักที่ โดราเอมอน ตอน ไดโนเสาร์ของโนบิตะ ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太の恐竜; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita's Dinosaur

โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน ผจญภัยไดโนเสาร์ เป็นตอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ พีสุเกะ ไดโนเสาร์พันธุ์ญี่ปุ่นที่ โนบิตะไปขุดที่หน้าผาภูเขาหลังโรงเรียนมาเจอหินที่เหมือนไข่ไดโนเสาร์ โดราเอมอนเลยให้ใช้ผ้าคลุมกาลเวลา ย้อนไปเมื่อ 100 ล้านปีก่อน เลยย้อนให้พีสุเกะกลับไป แต่พอตรวจดูลายละเอียดโดราเอมอนกับโนบิตะได้ส่งผิดทวีป จึงต้องไปหาพีสุเกะ แต่ไทม์แมชชีนได้พัง เมื่อชายชุดดำ นักล่าไดโนเสาร์ศตวรรษที่ 23 ได้ส่งลูกบอลตาดำ ไปสืบสวนแต่ก็คิดที่จะเป็นไปไม่ได้ ที่ไดโนเสาร์คอยาวเมื่อ 100 ล้านปีก่อนจะเชื่องกับมนุษย์ได้ โนบิตะเลยต้องสวนทางกลับญี่ปุ่น จะเป็นยังไงต่อไปโนบิตะจะหาทางกลับญี่ปุ่นได้หรือไม่

ภาพยนตร์การ์ตูนชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1980 เป็นตอนที่ 1 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ และเข้าฉายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1982 (พ.ศ. 2525) โดยใช้ชื่อตอนว่า "โดเรม่อนผจญไดโนเสา" (สะกดตามต้นฉบับ)

http://board.postjung.com/data/530/530229-topic-ix-1.jpg

http://www.loadmovieseries.com/wp-content/uploads/2010/03/%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%9C%E0%B8%88%E0%B8%8D%E0%B8%A0%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C.jpg

http://www.mono2u.com/fileupload/content/doraemon_nobita/5.jpg

การ์ตูน Doraemon The Movie ผจญภัยไดโนเสาร์ (1980)

ที่มา th.wikipedia.org

Read More »

การ์ตูน Doraemon The Movie ตะลุยดาวต่างมิติ อาณาจักรสัตว์ (1990)

Doraemon ตะลุยดาวต่างมิติ (1990) ชื่อภาษาญี่ปุ่น: のび太とアニマル惑星; ชื่อภาษาอังกฤษ: Nobita and the Animal Planet

โดราเอมอนการ์ตูนฉบับภาพยนตร์ ตอน ตะลุยดาวต่างมิติ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับโนบิตะและเหล่าผองเพื่อนที่ได้หลงเข้าไปในหมอกสีชมพู และหลุดออกมายังดาวเคลเฮนอาณาจักรของเหล่าสิงสาราสัตว์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากกว่าโลก ที่ซึ่งสัตว์ทุกตัวใช้ชีวิตและพูดได้เหมือนมนุษย์และมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับโลกแทบทุกอย่าง แต่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่ดีกว่าโลกเป็นอย่างมาก พวกโนบิตะได้มาพบกับ "ชิปโปะ" สุนัขน้อยที่ชอบเล่นซนและต้องการไขปริศนาของป่าต้องห้ามซึ่งตั้งอยู่อีกฟากของเมืองแต่เหตุการณ์ร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อพวก "นิบุเกะ" มนุษย์จากดวงจันทร์(หมายถึงดาวฝาแฝด)ตามตำนานของชาวดาวได้บุกมาทำลายดวงดาวของพวกเขาโดยที่พวกเขาไม่สามารถต่อกรกับผู้มาเยือนได้ โดราเอมอน โนบิตะ และเหล่าผองเพื่อนจึงต้องหาทางช่วยเหลือและต่อกรกับพวกนิบุเกะก่อนที่พวกชาวดาวจะถูกฆ่า

ภาพยนตร์ชุดนี้ ออกฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ค.ศ. 1990 เป็นตอนที่ 11 ของ โดราเอมอนฉบับภาพยนตร์

http://tonpalm.tarad.com/img-lib/spd_20110518115235_b.jpg

http://tonpalm.tarad.com/img-lib/spd_20110518115540_b.jpg
Doraemon The Movie ตะลุยดาวต่างมิติ อาณาจักรสัตว์ (1990)

การ์ตูน Doraemon The Movie ตะลุยดาวต่างมิติ อาณาจักรสัตว์ (1990)

http://video.mthai.com/thumbnail/1309229064.jpgตอนนี้เป็นตอนที่ผมชอบมากที่สุดเลยครับเพราะมันเป็นอะไรที่แบบโดนใจมากๆ ไม่ว่าจะ ป่าไม้ ชาวสัตว์ที่เดิน 2 ขาและพูดได้ พายุ แม่น้ำ มิตรภาพ การข้ามมิติ การเดินทาง เพลงประกอบ การต่อสู้ การพักผ่อนนอนในถุงนอน การลี้ภัย ฯลฯ อะไรต่างๆอีกมากมาย สรุปคือตอนนี้ผมว่าสุดยอดที่สุดแล้วล่ะสำหรับผม (ตอนอื่นๆก็สนุกมากเหมือนกันนะครับ แต่ผมว่าตอนนี้สนุกสุด ผมเรียกตอนนี้ว่า อาณาจักรสัตว์ ตามที่เคยเช่ามาดูตอนเด็กๆ)

ที่มา th.wikipedia.org

Read More »

การ์ตูน Doraemon โนบิตะและอัศวินแดนวิหค

Doraemon เนื้อเรื่องย่อ การ์ตูนโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ ตอน โนบิตะและอัศวินแดนวิหค เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวเกี่ยวกับนกหายไปคาดว่ามีมนุษย์วิหคมาพาไป ที่เพื่อน ๆ ทุกคนดู ทำให้เพื่อนทุกคนตะลึง โนบิตะเองก็ได้ดู ก็เลยหันมาสนใจในการเป็นมนุษย์วิหค จึงทำปีกจำลองทดลองบินแต่ก็ไม่สำเร็จ ครั้งสุดท้ายก็บินได้เพราะโดราเอมอนพยุงโนบิตะโดยใช้คอปเตอร์ไม้ไผ่

แต่แล้วประตูมิติก็พาให้มนุษย์นกตัวหนึ่งชื่อ กูซึเกะ ตกลงมาพร้อมกับเครื่องร่อนของเขา โนบิตะทำแผลจนเขาหายดี จึงหันมาซ่อมเครื่องร่อน เพื่อจะบินไปกลับยังโลก เบิร์ดโนเปีย ซึ่งเป็นโลกของนกอีกครั้ง แต่โชคร้ายซูเนโอะกับไจแอนท์ก็ติดกันไปด้วย (เกาะหางเครื่องร่อนไปเพราะอยากจับกูซึเกะไปลงนิตยสารเพื่อให้ตัวเองดัง) ทำให้โดราเอมอนและโนบิตะตามไปยังโลกของนกแห่งนี้!!

http://www.plazathai.com/uppic/a1/87c75b17d5f2d5dac77c5a688af18ba1.jpg

http://movie.sanook.com/story_picture/s/08519_009.jpg


emon โนบิตะและอัศวินแดนวิหค

ถ้าอยากดูการ์ตูน Doraemon โนบิตะและอัศวินแดนวิหค นี้ เชิญได้ที่ลิ้งนี้ครับ  
http://www.veoh.com/watch/v16232640Y6cnTmf2

ที่มา boardthai.net/clubsang/topic-view-940

Read More »

รีวิวฟิคเกอร์การ์ตูน Naruto Half Age (figure)

Naruto Half Age เริ่มด้วยการ review figure การ์ตูนนารุโตะที่ซื้อมาล่าสุดค่ะ

จริงๆนี่ไม่ใช่รุ่นล่าสุดที่ออกมาหรอกค่ะ แต่เป็นรุ่นล่าสุดที่เราซื้อมาอย่างที่หลายๆอาจจะพอทราบ ว่าตอนนี้ห้างในบ้านเราไม่เอาของพวกนี้เข้ามาขายแล้วอ่ะ เซ็ตนี้เราเลยต้องอาศัยทุกวิถีทางในการเอามา คือบอกพี่คนนึงให้เช็คให้ทีว่าเข้ารึยังแล้ววันที่เราทราบข่าวว่ามาแล้ว...จำได้ว่าเป็นวันเรียน ตอนนี้นั้นตังค์ในกระเป๋าพกมาแค่ 200 กะว่ากินข้างอย่างเดียว วันนี้ไม่ต้องไปไหน แต่ด้วยกลัวว่าจะไปรับน้องไม่ทัน...พอเลิกเรียนปุ๊บก็เลยดิ่งไปที่ CTW กะว่ามี 200 ก็พอวางมัดจำได้มั้ง...<<<คิดตื้นๆ?? (หัวเราะ) แต่ด้วยโชค(อีกครั้งค่ะ) ทำให้เราไม่ต้องวางมัดจำ แต่ก็กำหนดเวลาไว้ให้ที่ร้าน Yumeya ว่าพรุ่งนี้เวลาเดิมเราจะมารับน้องค่ะ (หัวเราะ)

เกรงว่าจะยัดรูปที่ถ่ายเองไม่หมด ขอแปะปบบคร่าวๆนะคะ ^^



รายละเอียดเชิญจิ้มที่เครดิตข้างบนได้เลยค่ะ ^^

เล่าต่อๆ...พอกลับมาบ้านปุ๊บ เราก็ทลายกล่องทันทีเลยค่ะ (หัวเราะ) เห็นแต่รูปมานาน จะได้เล่นด้วยกันทั้งทีเลยตื่นเต้นๆๆ ตัวแรกที่เอาขึ้นมาเป็นน้องโตะค่ะ อืมมมม.....สีแย่ไปหน่อยอ่ะ....แอบเสียความรู้สึกนิดนึง...แต่เราก็แบบ แหมๆ แค่ตัวละ 200 เองน่า... รุ่นที่แพงกว่านี้ 9 บาท ก็ตัวเล็กกว่า....งานของบันได(ที่เป็นน้อง)ได้แค่นี้ก็โอเนอะ... ต่อไปเป็นเกะ...

คาคาชิ เวอร์ปกติ (คาดตาเหมือนที่เห็นในรูปน่ะค่ะ ^^ )

คาคาชิ เวอร์พิเศษ (โชว์เนตรวงแหวน แว้บๆๆ >
ฮินาตะ... เอิ่ม...ถ้าทุกคนจะออกมาดูดีกว่าน้องอ่ะนะ =___=!! ได้ไงอ่ะ?!?!?!?!?!?! เรื่องนี้มันเรื่องนารุโตะไม่ใช่เรอะ?!?!?!??? ทำไมนอกจากตัวพิเศษจะไม่ใช่โตะเวอร์ชั่นธรรมดาแล้ว สีของโตะจะห่วยสุดอีกอ่ะ?!?!?? (หัวเราะแห้งๆ) ด้วยอารมณ์แอบเหวี่ยง เราเลยกระด๊อกกระแด๊กไปอาบน้ำก่อน... หุๆ..งอาบเสร็จก็ถึงคิวประกอบร่างเจ๊แล้วว >___< ♥♥ !!

เจ๊จ๋าาาาาาาาา ♥♥♥♥!!!
น่ารักมากกกกกกกกกกกกก ><

อาบน้ำสระผมเรียบร้อยปุ๊บ เราก็มานั่งต่อเจ๊ทันทีค่ะ เสร็จแล้วก้ถ่ายรูปๆๆๆๆๆๆทุกมุม (ทุกมุมจริงๆ (หัวเราะ)) อร๊างงงงงงง♥♥♥♥  ถ้าเจ๊จะสวยขนาดนี้....ซุยยอมให้อภัยบันไดที่ทำน้องออกมาห่วยค่ะ !!!!! ทำไมรักมั่นที่เรามีต่อน้องมันน้อยจังหว่า....(หัวเราะแห้งๆ ^^:;) แหะ...ถือว่าเรา review figure กันจบแล้วเนอะ ^^

รีวิวฟิคเกอร์การ์ตูน Naruto Half Age (figure)

ต่อไปก็มาถึง other stuffs....มีมาไม่มากเท่าไหร่+รูปไม่ดี เพราะเราก็ยังไม่ได้ถ่ายใหม่+ปรับ+ใส่เครดิต เพราะอย่างที่ว่าค่ะ...เวลาเอาลงเฟสก็อาศัยว่าถ่ายเร็วๆลงเร็วๆเป็นพออย่างแรกๆๆ Box set DVD ของน้องค่ะ ^^ หลังจากห่างหายไปนานนนนนนนนนนนในที่สุดก็ได้เกิด T T!!
มีทั้งหมด 5 แผ่น เป็น DVD ราคาน่าจะ... 600?? ซื้อมาหลายเดือนแล้ว เริ่มเลือน (หัวเราะ)


อีกชิ้นๆ ชิ้นนี้ซื้อมาเกือบปีแล้ว...ดองไว้นานมาก (หัวเราะ) เป็นถ้วยชาแบบไม่มีหูจับค่ะราคาประมาณ 400 ซื้อตามพวกร้าน Toon zone หรือ Oh anime ได้ ใบนี้เราถอยมาจาก Toon zone สาขาสยามค่ะ สวยถูกใจมากกก แต่ไม่ค่อยทนร้อน ประมาณว่าเราลองใช้ดูแล้ว ใส่น้ำร้อนปุ๊บต้องรอไปอีกแว้บๆๆๆ ไม่งั้นมือจะพองแน่ เพราะมันค่อนข้างบาง... เรื่องนี้ก็ต้องเข้าใจอะเนอะ ^^:; ของอนิเมะบ้านเราเนี่ย เรามั่นมากว่ามาจากจีน คุณภาพอาจจะดร็อปๆหน่อย แต่ในเมื่อหาไม่ได้..งเราก็เลยใจอ่อนซื้อตลอด(หัวเราะ)


อีกติ๊สนึง... การ์ดเกมภาค shippuden ของอเมริกาค่ะ ^^ อันนี้แอบดีใจแบบไม่ค่อยมีเหตุ... จริงๆแล้วการ์ดนี่ใครก็เก็บอ่ะนะ ถึงของบ้านเราไม่มีของลิขสิทธิ์ แต่ของชาติอื่นก็หาซื้อกันได้ ของที่เราเก็บจะเป็นของ ญป กับ อเมริกา ของ ญป นี่ได้มาจิ๊ดนึงตอนไปเที่ยวเมื่อซัก 2-3 ปีก่อนค่ะ ส่วนของอเมริกามีเพื่อนที่เคยอยู่นั่นเค้าให้มาเมื่อ 4 ปีก่อน แต่เซ็ตนั้นจะเป็นแต่ภาคเด็กอย่างเดียว ภาคโตนี่เราไปเก็บมาจากคิโน จริงๆมันมีประวัติแห่งความเจ็บแค้นด้วยล่ะ..... เพราะเราจะชอบเล็งของลดราคาที่คิโนมากกกกกกกก

พวกการ์ดนี่แถมมากับหนังสือเล่มละ 300 เราก็จะรอให้ถึงช่วงกลางๆปีจะมีการโละแล้วทุกใบในรูปนั่นก็มาจากการอดทนรอค่ะ

ยกเว้นเกะ...เป็นคนเดียว...ที่ต้องจ่าย 300 อัญเชิญมา - -!!! ตอนแรกคือไม่ได้คิดอะไร หยิบจ่ายๆๆๆ บิลออกมาปุ๊บ..เฮ้ย?!?!?! นิดเดียวทำไมแพงงี้อ่ะ =[]=:;!!! สรุปว่าตอนหยิบๆนั่นเห็นแต่ว่าเป็นการ์ดจากเรื่องก็เลยหยิบๆไปไม่ได้ดูป้ายดีๆ สุดท้าย...เลยชวดนิยายที่เล็งๆอยู่... มาได้ปลอบใจตัวเองตอนที่ลดราคากลางปีที่ผ่านมานี้ไม่มีเล่มที่เราซื้อไปแล้วมาลดอันนี้ก็บอกไว้นะคะ เผื่อใครจะซื้อจะได้รู้ว่ามันมีช่วงให้อดใจรอเหมือนกัน... แต่ถ้าถามจริงๆนะ...ส่วนใหญ่เราว่าสอยๆไปเหอะ ของไม่ค่อยเหลือหรอก (หัวเราะแห้งๆ)

-------------------------------------------------------


สุดท้ายๆค่ะ My GOOD NEWS!!!!! (หัวเราะ) บอกก่อนว่ามันทึ่งมาก (เราอาจจะทึ่งคนเดียวก็ได้นะคะ(หัวเราะ)) คือ เมื่อกลางปีเราก็เริ่มกิจวัตรเดิมๆเหมือนปีที่แล้วค่ะ...สอบ AFS เสร็จแล้วก็...ซ้ำรอยเดิม เป็นตัวสำรองอีกเเล้วค่ะ llOTL ด้วยความใจเด็ด(บ้า?) เราก็ติ๊กๆไปว่าไม่ได้ ญป ไม่ไปอ่ะ แล้วก็เหวี่ยงใบ AFs ทิ้งไปฟิ้วๆๆ กระดึ๊บไปทุนอื่นต่อ... ทุนที่ว่าคือ MJES ค่ะ สอบๆๆๆๆๆไปๆมาๆ เราก็ได้ MJES นี่แหละค่ะ ปกติแล้วต้องจ่ายซัก 40000 ใช่มั้ยล่ะ..งแต่ปีนี้เป็นปีซวยของเรา =w=:; ประมาณว่าแผ่นดินไหวต้นปีเนี่ย แล้วเค้าอยากให้เราออกเพิ่มอีก 250000 คือเราได้ต่ำกว่าที่เค้าจะให้ออกนิดเดียว แม่เลยว่าไม่ต้องไปหรอก ซึมไปวันนึง...

แล้ววันถัดมาค่ะ...แม่กับพ่อก็เอาพัสดุมาให้ บร๊ะ O_O!!!!!! AFS เล็งเห็นความบ้าของชั้นแล้ว!!!! ได้มาได้ไง?!?!?!??? งงมากกกกกกกกก ยอมรับเลยว่างงมากกว่าดีใจ (หัวเราะ) ตอนนี้แม่โอนงวดแรกไปแล้ว แต่เรายังรู้สึกอยู่เลยค่ะว่ามันไม่ real อ่ะ =..= ประมาณว่าชั้นได้มาได้ไง?? ตกลงได้ไป?? ถามแม่แม่ก็ว่าไม่ไปสิเป็นเรื่องเพราะจ่ายแล้ว 50000 เอ๊ะ??? ได้ไป ญป จริงๆดิ =A=??? (หัวเราะ) สรุปว่าดีใจมากกกกกกกกค่ะ เกิดมาไม่เคยอยากได้อะไรแบบนี้มาก่อน ตอนนี้เลยลอยยยยยยย (หัวเราะ) ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะ ที่คอยมาแว้บๆให้เห็นกันบ้างในบล็อกเน่าๆนี่ ก็อยากอัพให้เป็นเรื่องเป็นราวอยู่หรอกน่า...แต่เราไม่มีอะไรจะอัพอ่ะเนอะ ^^:;


ขอบคุณที่อดทนอ่านกันมานะคะ ถ้ามีเรื่องจะอัพอีก จะเอามาลงแน่นอนค่ะ ถึงคนอ่านไม่เยอะ แต่คนเขียนทำด้วยใจรักทุกคนนะจ๊ะ ;)) (หัวเราะ) ขอให้ทุกคนมีความสุขมากๆนะคะ :)))

ที่มา thesui.exteen.com

Read More »

การ์ตูนรีวิว Mobile Suit Gundam SEED

โมบิลสูทกันดั้มซี้ด (อังกฤษ: Mobile Suit Gundam SEED) (เรียกย่อ ๆ ว่า กันดั้มซี้ด) เป็นอะนิเมะการ์ตูนฉายทางโทรทัศน์ในประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในอะนิเมะตระกูลกันดั้ม ของสตูดิโอซันไรส์ แต่ดำเนินเรื่องในจักรวาลเฉพาะที่ใช้ชื่อศักราชว่า Cosmic Era แยกจากกันดั้มตอนอื่น ๆ ความยาว 50 ตอน ฉายระหว่าง ค.ศ. 2002-2003 ลิขสิทธิ์ในประเทศไทยเป็นของบริษัท DEX และเคยฉายทางไอทีวี ในปี พ.ศ. 2547 ปัจจุบันออกอากาศทางช่อง ASTV3 Happy Variety Channel ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.30-18.00 น.และในปี พ.ศ. 2552 ยังได้ออกอากาศทางช่อง 5 อีกครั้งด้วย

โมบิลสูทกันดั้มซี้ด มีภาคต่อที่ชื่อว่า โมบิลสูทกันดั้มซี้ดเดสทินี และมีภาคเสริมหรือ Side Story คือ โมบิลสูทกันดั้มซี้ด แอสเทรย์ กับ โมบิลสูทกันดั้มซี้ด C.E.73 สตาร์เกเซอร์

หลังจากนั้นก็มีภาคพิเศษ Gundam Seed Special Edition ออกมาทั้งหมด 3 ตอนจบ ซึ่งเป็นการนำเนื้อเรื่องเดิมมาตัดต่อใหม่ให้กระชับขึ้น และเพิ่มฉากใหม่ ๆ เข้าไป ซึ่งบริษัท DEX ก็ยังเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เหมือนฉบับโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังมีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีการสร้างกันดั้มชุด SEED นี้ ออกมาเป็นแบบภาพยนตร์
เนื้อหา
http://www.weloveshopping.com/shop/client/000049/omoshiroimovie/85.jpg

เรื่องย่อ

ไฟแห่งสงครามที่ครุกกรุ่นกำลังจะโหมกระพือในอีกไม่นานนี้..เรื่องราวเกี่ยวกับสงครามระหว่าง เนเชอรัล และ โคออร์ดิเนเตอร์. โคออร์ดิเนตอร์ หรือ มนุษย์ที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรม ให้มีความสามารถสูงขึ้นกว่าปกติ ในขณะที่ เนเชอรัล หรือ มนุษย์ซึ่งเกิดตามแบบธรรมชาติ เริ่มมีความอิจฉาริษยาในความสามารถของพวกเขา ความอิจฉาริษยานั้นแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียด และก่อให้เกิดกลุ่มผู้ต่อต้านโคออร์ดิเนเตอร์หรือ บลูคอสมอส (Blue Cosmos) เพราะเหตุนี้ เหล่าโคออร์ดิเนเตอร์จึงได้สร้างโคโลนี่ในอวกาศขึ้นมาเรียก แพลนท์ (PLANT : Productive Ally on Nexus Technology) และเพราะเหตุนี้ทำให้โคออร์ดิเนเตอร์ที่เคยอาศัยบนโลกนั้น เริ่มเหลือน้อยลงทุกที

ในที่สุด ไฟแห่งสงครามก็ระเบิดขึ้น ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ CE (Cosmic Era) 70 สามวันหลังจากการประกาศสงครามระหว่างฝ่ายสหพันธ์โลก (OMNI : Oppose Militancy & Neutralize Invasion Enforcer) และ กองทหารของเหล่าโคออร์ดิเนเตอร์ หรือ ซาฟท์ (ZAFT : Zodiac Alliance of Freedom Treaty) ฝ่ายสหพันธ์โลกเริ่มโจมตีแพลนท์เป็นครั้งแรก และใช้อาวุธนิวเคลียร์ทำลายโคโลนี่ที่มีชื่อว่า "ยูนิอุสเซเว่น (Junius Seven) " ซึ่งเป็นแพลนท์ทางด้านเกษตรกรรม ผู้คนบริสุทธิ์กว่า 200,000 ราย ต้องเสียชีวิต (243,721 คน) จนถูกกล่าวขานว่าเป็นเหตุการณ์ " วาเลนไทน์ เลือด (Bloody Valentine) " ทำให้ฝ่ายแพลนท์ตัดสินใจใช้ N-Jammer (Neutron Jammer) ซึ่งสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอนุภาคนิวตรอน ทำให้ยับยั้งปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้ โดยแพลนท์ยิงฝัง N-Jammer ลงใต้พื้นดินทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพลังงานอย่างมาก และคลื่นวิทยุบนโลกก็ถูกรบกวนจนใช้การได้ลำบาก

ไฟแห่งสงครามที่ก่อตัวขึ้น และจบลงในอีก 11 เดือนต่อมา โดยฝ่ายแพลนท์ได้รับชัยชนะในหลายๆ พื้นที่ในโลก ซึ่งหลังจากสงครามครั้งนี้สงบลง เรื่องราวต่างๆ ก็เริ่มต้นขึ้น

คิระ ยามาโตะ ตัวเอกของเรื่อง เป็นนักเรียนวิศวกรรมหุ่นยนต์ของเฮลิโอโพลิส (Heliopolis) โคโลนี่ของออร์บ ซึ่งเป็นประเทศเป็นกลาง ที่กำลังใช้ชีวิตวัยเรียนอย่างสงบสุข จนกระทั่งถูกฝ่ายซาฟท์ที่นำโดยพันเอกครูเซ่เข้าโจมตี หลังจากค้นพบว่า ออร์บได้พัฒนาโมบิลสูทและยานรบรุ่นใหม่(อาร์คแองเจิ้ล) ร่วมกับสหพันธ์โลกภายในโรงงานหลักของมอร์เก้นเรท (Morgenroete) โดยซาฟท์มีจุดประสงค์ที่จะขโมยโมบิลสูททั้ง 5 เครื่อง (สไตรค์, ดูเอล, บัสเตอร์, อีจิส และบลิทซ์) ยกเว้นเพียงตัวสุดท้ายเท่านั้นที่คิระบังเอิญได้ขึ้นบังคับ นามของมันคือ สไตรค์ จนกระทั่งนำไปสู่สงครามกับเหล่าโมบิลสูทอีก 4 เครื่องที่เหลือ โดยคิระเรียกชื่อโมบิลสูท สไตรค์ว่า "กันดั้ม (Gundam) " จากตัวอักษรนำหน้าข้อความที่ปรากฏในมอนิเตอร์ห้องนักบินตอนเข้าระบบปฏิบัติการของโมบิลสูท คิระ ซึ่งเป็นโคออร์ดิเนเตอร์ ได้แสดงความสามารถปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัตการที่ยังไม่สมบูรณ์ของสไตรค์ในเวลาคับขัน จนเขาสามารถบังคับสไตรค์ต่อสู้กับหุ่นจินน์ของซาฟท์ได้ เพื่อปกป้องเพื่อนๆของเขา และหาหนทางยุติสงครามครั้งนี้

http://www.toptenthailand.com/images/rank/r_9366.jpg

ตัวละคร
ลูกเรืออาร์คแองเจิ้ล

    คิระ ยามาโตะ (Kira Yamato)

    เด็กหนุ่มโคออดิเนเตอร์ ผู้มีพ่อเป็นนักวิจัยในการสร้างโคออร์ดิเนเตอร์ แม่เป็น Natural ในขณะที่แม่ของคิระตั้งครรค์เป็นลูกแฝด พ่อของคิระได้นำตัวอ่อนออกมาหนึ่งคนและได้ปรับแต่งพันธุกรรมขณะที่พัฒนาอยู่จึงกลายเป็นสุดยอดโคออร์ดิเนเตอร์ซึ่งแฝดอีกคนก็มิได้ตายไปยังคงพัฒนาตัวเองอยู่ในครรค์และกลายเป็น คางาริ แต่ในตอนนั้นกำลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายพี่น้องคู่นี้จึงต้องแยกจากกันโดยที่คิระได้ถูกฝากเลี้ยงกับครอบครัวยามาโตะและคางาริได้ถูกฝากเลี้ยงไว้กับผู้นำของออร์บ เดิมเคยอยู่ที่แพลนท์เป็นเพื่อนสนิทกับอัสรัน ต่อมาย้ายมาอาศัยอยู่ใน ออร์บ (ORB)และเริ่มมีใจให้กับคางาริ ภายหลังได้รู้ว่าคางาริเป็นพี่น้องที่เกิดจากสายเลือดเดียวกัน ประเทศเป็นกลางที่ไม่มีนโยบายกีดกันเหล่าโคออดิเนเตอร์ มีนิสัยค่อนข้างเฉยเมยต่อสิ่งรอบข้าง ทั้งที่เป็นคนเก่ง แต่ไม่เคยเอาจริงเอาจัง เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่ชอบทำสงครามแต่กลับต้องบังคับโมบิลสูท GAT-X105 สไตรค์ เพราะสถานะการณ์บังคับจากการที่เขาไปแก้ไขระบบปฏิบัติการของกันดั้ม ทำให้มนุษย์ธรรมดา(Natural) ไม่สามารถบังคับได้ และเหนืออื่นใดคือเขาอยากปกป้องเพื่อน
   
ที่มาของชื่อ GUNDAM เกิดจากคิระ เห็นตัวอักษรนำหน้าข้อความที่ปรากฏในมอนิเตอร์ห้องนักบิน แล้วนำมาเรียงเป็นคำย่อดังนี้

    General
    Unilateral
    Neuro - Link
    Dispersive
    Autonomic
    Maneuver

เมื่อยานอาร์คแองเจิ้ลลงมายังโลก ก็ได้รับการติดต่อจากคางาริ ยูระ อัสฮา ซึ่งในตอนนั้นปิดบังฐานะของตัวเองอยู่ และมุ่งหน้าเดินทางสู่ออร์บ เพื่อทำการซ่อมบำรุงที่มอร์เก้นเรท แต่หน่วยทหารที่นำโดยอัสรันก็แอบตามมาจนเกิดการต่อสู้อย่างหนัก สไตรค์ของคิระ และอีจิสของอัสรันก็ต่อสู้กันจนจมไปทั้งสองเครื่อง คิระถูกสรุปว่า M.I.A. (Missing In Action) แต่จริงๆ แล้วเขาได้รับการช่วยเหลือจากสังคราชมาคิโอ ให้ไปพักรักษาตัวอยู่กับ ลักซ์ ไคลน์ และเมื่อคิระได้ทราบข่าวการบุกโจมตีฐานโจชัวร์ เขาจึงต้องการต่อสู้อีกครั้งเพื่อปกป้องเพื่อนๆ และเพื่อสู้กับศัตรูตัวจริงของสงครามครั้งนี้ ลักซ์ จึงให้ความช่วยเหลือด้วยการลอบพา คิระ มาที่โรงเก็บ ZGMF-X10A ฟรีด้อม หุ่นรุ่นใหม่ 1 ใน 2 เครื่อง ของซาฟท์ที่ใช้ข้อมูลของฝ่ายสหพันธ์โลกสร้างขึ้น และติดตั้ง N-Jammer Canceler เพราะฟรีด้อมใช้พลังงานจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ คิระจึงขึ้นบังคับฟรีด้อมกันดั้มมุ่งหน้าสู่โลก เขาสามารถช่วยป้องกันยานอาร์คแองเจิ้ลที่ฐานโจชัวร์ได้สำเร็จ คิระกลับเข้าประจำยานอาร์คแองเจิ้ลอีกครั้ง

http://i.animecrazy.net/gundam_seed_3_1024.jpg

โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะไม่เปิดเผยเทคโนโลยีของฟรีด้อมเด็ดขาด หลังการต่อสู้อันหนักหน่วงกับหุ่นรุ่นใหม่ 3 เครื่อง ของกองทัพสหพันธ์โลก และได้รับการช่วยเหลือจากจัสติสของอัสรัน แต่เกาะของสาธารณรัฐออร์บก็ยังถูกทำลาย คิระจึงออกสู่อวกาศอีกครั้งเพื่อทำศึกตัดสินกับกองทัพซาฟท์ เขาได้พบความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตัวเขาเองและแผนการที่แท้จริงของราอูล จนถึงการต่อสู้ในศึกสุดท้ายที่ยาคินดูเอ้ คิระก็สามารถล้มราอูลลงได้สำเร็จ

    เมอร์ริว ราเมียส (Murrue Ramius)

    นายทหารหญิงแห่งสหพันธ์โลกสังกัดกองกำลังภาคพื้นแอตแลนติก ที่รับผิดชอบโปรเจกต์ G ดูแลการผลิตและทดสอบอยู่ที่เฮลิโอโพลิส เมื่อเกิดเหตุชิงหุ่นยนต์ทั้ง 5 เครื่อง เธอเห็นคิระยังติดอยู่ในโรงงานจึงต้องพาคิระขึ้นสไตรค์เพื่อจะหนีออกมา แต่ด้วยความที่เธอไม่เคยบังคับมาก่อน ทำให้ไม่สามารถต่อสู้กับหุ่นจินน์ที่เข้ามาโจมตีได้ จังหวะเดียวกันคิระมองเห็นเพื่อนๆ กำลังวิ่งหนีอยู่ใกล้กับสไตรค์ คิระจึงแย่งคันบังคับจากเมอร์ริว และเข้าแก้ไขระบบปฏิบัติการและบังคับสไตรค์ต่อสู้จนเอาชนะจินน์ได้ เมอร์ริว ที่เห็น คิระ บังคับและสามารถแสดงประสิทธิภาพสไตรค์ออกมาได้มากกว่าการทดสอบ และระบบปฏิบัติการที่คิระแก้ไขไปนั้น พวกเนเชอรัลไม่มีทางจะใช้ได้ จึงจำเป็นต้องให้คิระเป็นนักบินของสไตรค์โดยปริยาย ภายหลังเธอได้รับตำแหน่งกัปตันยานอาร์คแองเจิ้ล โดยความเห็นของมู ลา ฟลาก้า เพราะแม้มูจะมียศสูงกว่า แต่ในภาวะสงครามเขาก็ต้องออกรบเหมือนกัน เมอร์ริว เป็นกัปตันที่ใจดีจนเกินไป ไม่เข้มงวดในระเบียบมากนัก แต่นั่นก็ทำให้ลูกเรือทุกคนเคารพเธออย่างจริงใจ เมอร์ริวนำยานอาร์คแองเจิ้ลออกจากกองทัพสหพันธ์โลกหลังจากที่ทราบถึงแผนที่ฐานทัพโจชัวร์ อลาสก้า และทำให้ยานอาร์คแองเจิ้ลมีจุดยืนเพื่อสันติภาพอย่างแท้จริง เธอมีผมสีนำตาล ได้เลื่อนยศเป็นร้อยเอกจากร้อยโท สูง176ซ.ม.หนัก44กิโลกรัมในภาคซีด และสูง177ซ.ม.หนัก57ก.ก.ในภาคซี้ดเดสทินี

http://www.weloveshopping.com/shop/puggy/ct272.jpg
การ์ตูนรีวิว Mobile Suit Gundam SEED

    มู ลา ฟลาก้า (Mwu La Fraga)

    "พญาเหยี่ยวแห่งเอนเอเมี่ยน" คือฉายาของเขา พันตรีมู ลา ฟลาก้า รับหน้าที่พานักบินของโปรเจกต์ G ซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยจบใหม่ หรือ "ลูกเจี๊ยบ" มาส่งให้ที่ท่าจอดยาน แต่ก็เกิดเหตุชิงหุ่นยนต์ซะก่อน ทำให้นักบินเหล่านั้นเสียชีวิตกันหมด มูจึงขออนุญาตขึ้นยานอาร์คแองเจิ้ล และรับหน้าที่ช่วยเหลือด้านกำลังรบ โดยขับยานรบโมบิลอาเมอร์และเป็นคู่ปรับกับราอูลในสงคราม 11 เดือน เมื่อยานอาร์คแองเจิ้ลเดินทางมาถึงฐานโจชัวร์ มูได้รับคำสั่งให้ลงจากยานเพื่อรับหน้าที่ใหม่พร้อมกับนาทาล และเฟรย์ แต่เมื่อกองทัพใหญ่ของซาฟท์บุกโจมตี มูก็ได้พบกับข้อมูลที่ทางสหพันธ์โลกจะทำลายฐานนี้ทิ้งพร้อมกับกำลังส่วนหนึ่งรวมทั้งอาร์คแองเจิ้ลด้วย มูจึงรีบไปเตือนอาร์คแองเจิ้ล และเป็นเหตุให้เขากลับขึ้นยานอีกครั้ง และเปิดเผยความในใจที่เขามีต่อเมอร์ริว ภายหลังจากที่คิระขึ้นเป็นนักบินของฟรีด้อม มูก็รับช่วงเป็นนักบินของสไตร์คต่อโดยใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ที่เนเชอรัลสามารถบังคับได้ ซึ่งคิระทำขึ้นให้กับมอร์เก้นเรทเพื่อใช้กับหุ่นแอสเทรย์ตอนนำอาร์คแองเจิ้ลไปออร์บ และในศึกสุดท้ายที่ยาคินดูเอ้ มูบังคับสไตรค์เข้ารับโรเอนกรีนที่ยานโดมิเนี่ยนยิงใส่อาร์คแองเจิ้ล และมูได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายให้กับเมอร์ริวว่า "ชั้นเนี่ยเป็นผู้ชายที่ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้จริงๆ เลยนะ"

    นาทาล บาจิรูล (Natarle Badgiruel)

    ร้อยตรี นาทาล บาจิรูล หน่วยกองยานที่ 8เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูง สังกัดสหพันธ์โลก หน่วยของเธอได้รับมอบหมายหน้าที่ลับสุดยอดให้นำยานรบอาร์คแองเจิ้ลจากมอร์เก้นเรด กลับมายังดวงจันทร์ แต่เกิดเหตุขโมยหุ่นยนต์ขึ้นเสียก่อน ท่าจอดยานถูกระเบิด แม้ตัวยานจะไม่ได้รับความเสียหายแต่ทางออกก็ถูกปิดไปแล้ว เธอจึงรวบรวมลูกเรื่อที่เหลือรอดจากการระเบิด และนำอาร์คแองเจิ้ลออกยานโดยยังไม่ได้ทำพิธีปล่อย สู่ภายในโคโลนีและได้พบกับ ร้อยโท เมอริว ราเมียส พร้อมกับ คิระ ยามาโตะ เธอมอบตำแหน่งกัปตันให้เมอริว ราเมียส ด้วยเหตุผลว่าเป็นคนที่รู้จักยานลำนี้เป็นอย่างดีน่าจะออกคำสั่งได้ดีกว่า ส่วนตัวเธอรับหน้าที่ C.I.C (Combat Information Center) ซึ่งทำหน้าที่สั่งการโจมตีทุกชนิดให้กับยาน อาร์คแองเจิ้ล ซึ่งคำสั่งของเธอถือเป็นสิทธิ์ขาดโดยไม่ต้องผ่านกัปตัน และในบางครั้งความคิดเห็นของเธอมักจะขัดแย้งกับกัปตันเมอริวอยู่บ่อยครั้ง เพราะความถูกต้อง(ทางการทหาร)ของเธอ กับความถูกต้อง (ทางด้านมนุษย์ธรรม)ของเมอริว มักจะไม่ได้ไปในทางเดียวกัน ภายหลังจากที่ยานอาร์คแองเจิ้ลเข้าประจำการที่ฐานทัพโจชัวร์ เธอลงจากยานอาร์คแองเจิ้ลเพื่อรับคำสั่งใหม่ และได้รับหน้าที่เป็น กัปตันยานรบ โดมิเนี่ยน ซึ่งเป็นยานรบชั้นอาร์คแองเจิ้ลเช่นเดียวกัน เธอได้เสียชีวิตหลังจากการสละยาน และตายไปพร้อมกับ มุลต้า อัสราเอล จากการยิงปืนใหญ่โรเอ็นกรินของยานอาร์คแองเจิ้ล นาทาล บาจิรูล นับว่าเป็นทหารที่มีความสามารถสูงมากคนหนึ่ง เพราะถ้าหากขาดเธอไป แองเจิ้ลคงไม่สามารถฝ่าฟันสถานะการณ์วิกฤติต่างๆ จากโคโลนี่จนลงมายังโลกได้อย่างแน่นอน สูง174ซ.ม.หนัก47กก.

http://media.tumblr.com/tumblr_lf5k52IjOP1qaol32.jpg

    เฟรย์ อัสตาร์ (Flay Alstar)

    ลูกสาวของรัฐมนตรีต่างประเทศสหพันธ์โลก เป็นลูกเรืออาร์คแองเจิ้ลด้วยสถานะการบังคับ เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม คิระ, ไซ, ทอลล์, มิริอาเรีย, คาซึอิ คิระสนใจในตัวเธอ แต่เธอไม่สนใจ และตัวเธอเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ ไซ แต่ในการเผชิญหน้ากับกองยานของครูเซ่ ซึ่งบุกโจมตี กองยานสหพันธ์ที่พ่อของเฟรย์โดยสารมาด้วยนั้น ทำให้เธอต้องมองดูพ่อตายต่อหน้าต่อตา เธอคิดแค้นกล่าวหาคิระว่าไม่ตั้งใจสู้เพราะต้องสู้กับโคออดิเนเตอร์ด้วยกัน แต่หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเข้ามาตีสนิทกับคิระเพื่อหวังจะหลอกให้คิระต่อสู้จนต้องตาย เธอใช้คำพูดที่ดูเหมือนจะเห็นอกเห็นใจแต่แฝงไว้ด้วยความกดดันให้คิระสู้เพื่อปกป้องคนอื่น จนกระทั่งคิระถูกแจ้งเป็น M.I.A. เธอจึงรู้สึกเสียใจ และลงจากยานพร้อมกับนาทาล เพื่อไปรับคำสั่งใหม่ แต่เมื่อฐานโจชัวร์ถูกโจมตี เธอก็ถูกครูเซ่จับตัวไป เพราะเสียงของครูเซ่นั้น ฟังเหมือนกับเสียงของพ่อเธอ เธอจึงค่อนข้างที่จะเชื่อฟังคำพูดของครูเซ่ ครูเซ่ใช้เธอเป็นเครื่องมือนำแปลนการผลิด N-Jammer Canceler ไปมอบให้กับฝ่าย Blue Cosmos สุดท้ายเธอก็กลายเป็นลูกเรือ ของยานโดมิเนี่ยน แต่แล้วเธอก็ต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของครูเซ่ โดยแม้คิระจะพยายามสุดชีวิตแต่ก็ไม่สามารถช่วยเธอไว้ได้ เธอมีผมสีแดง สูง174ซ.ม.หนัก46กิโลกรัม

    ไซ อาไกล์ (Ssigh Argyle)

    คู่หมั้นของเฟรย์ และเป็นเพื่อนกับคิระ ช่วงแรกเขาดูเป็นเหมือนที่พึ่งทางใจของเฟรย์อย่างมาก จนกระทั่งเฟรย์เริ่มใกล้ชิดกับคิระ เขาก็เริ่มแคลงใจ และไม่เข้าใจเหตุผลที่ในสิ่งที่เฟรย์ทำ จนเมื่อคิระเห็นเขาทะเลาะกับเฟรย์ คิระจึงหลุดปากบอกความสัมพันธ์ของตนกับเฟรย์ ไซซึ่งกำลังช๊อค และคิดเอาเองว่าเฟรย์สนใจคิระเพราะเขาเป็นนักบิน จึงแอบเข้าไปในโรงเก็บสไตรค์ และพยายามจะบังคับกันดั้มด้วยตัวเอง แต่หุ่นก็ล้มไม่เป็นท่า เป็นเหตุให้เขาโดนจับขัง ในตอนท้ายไซก็อยู่ประจำการบนยานอาร์คแองเจิ้ลจนสิ้นสุดสงครามที่ยาคินดูเอ้ด้วย

http://boonage.pjss2.net/images/content/seed-main.jpg

    ทอลล์ เกนิก (Tolle Koenic)

    เพื่อนของคิระ และคนรักของมิลิอาเรียในตอนที่อาร์คแองเจิ้ลลงมายังโลกแล้ว ก็พยายามฝึกบินด้วยเครื่องฝึกหัดบินเสมือนจริง จนสามารถออกรบได้จริง โดยขับเครื่องสกายกลาสเปอร์ แต่ก็ต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของอัสรัน

    มิริอาเรีย ฮาล์ว (Miriallia Haww)

    "มิลลี่"คือชื่อเล่นของเธอ เธอเป็นคนรักของทอลล์ รับหน้าที่สื่อสารกับนักบิน บนยานอาร์คแองเจิ้ล เธอไม่เคยแคลงใจในตัวคิระเลย และคอยเป็นคนกลางในกลุ่มเพื่อนๆ เวลามีเรื่องทะเลาะกัน เธอเสียใจกับการตายของทอลล์เป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้โทษว่าเป็นเพราะคิระ เมื่อดิอักก้าถูกจับเป็นเชลย มิลลี่ ก็คิดแค้นจนแอบลอบสังหารเขาตอนที่อยู่ในห้องพยาบาล แต่ก็ถูกห้ามไว้ได้ เธอใจเย็นลงตอนที่เอาอาหารไปให้ดิอักก้าที่ห้องขัง ซึ่งดิอักก้าอธิบายว่า คนที่ฆ่าทอลล์นั้นไม่ใช่เขา ดิอักก้าได้ช่วยคิระต่อสู้กับกองทัพสหพันธ์โลกที่ออร์บ ทำให้มิลลี่เริ่มมองดิอักก้าในแง่ดีขึ้น เธอสูง156ซ.ม.หนัก51ก.ก.


    คาสึอิ บัสเคิร์ก

    เพื่อนในกลุ่มของคิระ เป็นคนที่ค่อนข้างขี้ขลาด และไม่ค่อยรักษาน้ำใจของคิระ โดยมักจะกล่าวพาดพิงโคออดิเนเตอร์ในทางเสียๆ หายๆ หรือไม่ก็บ่นน้อยใจที่เนเชอรัล ด้อยกว่าอยู่บ่อยๆ เป็นเพื่อนคนแรกในกลุ่มที่ขอปลดประจำการไปก่อนที่อาร์คแองเจิ้ลจะลงไปที่โลกแต่ก็ต้องตายไปพร้อมกับเฟรย์

    ดาริดา ลอลาฮา แชนโดร่า ที่ 2 (Dalida Roe Laha Chandora II)
    แจ็กกี้ โทโนมุระ (Jackie Tonomura)
    อาโนลด์ นอยแมน (Arnold Neuman)
    โรเมโร พาล (Romero Pal)
    โทรี่


หุ่นยนต์นกที่อัสรันสร้างให้กับคิระ ตอนที่อยู่แพลนท์ด้วยกัน

ฝ่ายแพลนท์

    อัสรัน ซาล่า (Athrun Zala)

    เพื่อนรักสมัยเด็กของคิระเข้าเป็นทหารของซาร์ฟเพราะแม่ของเขา(ลีนัวร์ ซาล่า)เสียชีวิตที่ยูนิอุสเซเว่น ได้เข้าประจำการกองทัพซาร์ฟในสังกัดหน่วยครูเซ่ ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาขโมยโมบิลสูทของสหพันธ์โลกที่นำมาเก็บไว้ที่เฮลิโอโพลิส(โคโลนี่ของออร์บ)เขาได้เจอกับคิระอีกครั้ง ในขณะที่เข้าไปชิงสไตรค์ อัสรันพยายามจะกล่อมให้คิระมาอยู่กับซาร์ฟ แต่คิระเลือกที่จะปกป้องเพื่อนๆ อัสรันบังคับหุ่น GAT-X303 อีจิส จึงต้องกลายเป็นศัตรูของเขาไปแล้ว เมื่อมายังโลกได้ติดเกาะและรู้จักกับคางาริ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ หลังจากที่ทอลล์ตายแล้ว อัสรันบังคับอีจิสจับกลางตัวสไตรค์แล้วระเบิดหุ่นทิ้ง สไตรค์เสียหายมากจนคิดว่าคิระตายไปแล้ว อัสรันกลับไปที่แพลนท์เพื่อบอกข่าวการตายให้ครอบครัวของนิโคลรู้ และขึ้นบังคับ ZGMF-X09A จัสติส เพื่อไล่ตาม ฟรีด้อม มาที่โลก จนเข้าช่วยเหลือคิระจากการโจมตีของหุ่นรุ่นใหม่ 3 เครื่องของสหพันธ์โลกที่ออร์บ และได้เจอกับคางาริ จนอัสรันเปลี่ยนใจเข้าร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลต่อสู้กับแพทริก ซาล่า พ่อของตน ในท้ายสุดจำต้องระเบิดจัสตินเพื่อทำลายเจเนซิส

    ลักซ์ ไคล์น (lacus Clyne)

    "เจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงของซาร์ฟ" ที่ประชาชนชาวแพลนท์รักและให้ความเชื่อถือเป็นอย่างมาก ลักซ์เป็นลูกสาวของซีเคล ไคล์น ประธานสภาแห่งซาร์ฟ ถูกกำหนดให้เป็นคู่หมั่นกับอัสรัน มีบุคลิกเรียบร้อย นุ่มนวล อ่อนหวาน มีความเป็นผู้นำสูงและมีแนวคิดเพื่อสันติภาพ ทั้งยังสามารถวางแผนสร้างกลุ่มกำลังพิเศษภายในกองทัพซาร์ฟ แต่ในขณะนำยานไปยูนิอุสเซเว่นในวันครบรอบ วาเลนไทน์เลือด ถูกกองทัพโลกโจมตีเพราะไม่เชื่อว่ายานของเธอเป็นแค่ยานพลเรือน แต่สามารถขึ้นแคปซูลช่วยชีวิตหนีออกมาได้ จนคิระไปพบเข้าและนำกลับมายังอาร์คแองเจิ้ล ลักซ์เข้าใจและเป็นห่วงในตัวคิระเป็นอย่างมาก ในท้ายที่สุดเป็นผู้นำยานเอเทอร์นอล ร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลและคุซานางิ เพื่อทำลายเจเนซิสและยุติสงครามในที่สุด

การ์ตูนรีวิว Mobile Suit Gundam SEED

    ราอูล เลอ ครูเซ่ (Raww Le Klueze)

    เป็นหัวหน้าของหน่วยครูเซ่ กองทัพซาฟท์ เบื้องหน้าเป็นหัวหน้าของพวกอัสรัน แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาคือการทำลายมนุษย์ให้สูญสิ้น เพราะว่าเกลียดมนุษย์ที่กำเนิดเขาขึ้นมา ครูเซ่เป็นโคลนนิ่งของ อัล เดอ ฟลาก้า ผู้เป็นบิดาของ มูว ลา ฟลาก้า ที่ ดร.ยูเรน ฮิบิกิ สร้างขึ้นมา ในสงครามครั้งสุดท้ายได้บังคับ ZGMF-X13A โปรวิเดนซ์ เข้าต่อสู้กับ ฟรีด้อม แต่พ่ายแพ้ในที่สุด

    อิซาค จูล (Yzak Joule)

    เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน มีนิสัยใจร้อน ไม่ค่อยเชื่อฟังเพื่อนร่วมทีมเท่าไหร่ เป็นคู่แข่งของอัสรัน อิซาคบังคับ GAT-X102 ดูเอล และในศึกครั้งหนึ่ง อิซาคโดนมีดของ สไตรค์ จึงทำให้เกิดรอยแผลที่หน้าและแค้นนักบินสไตร์คมาก แต่ในที่สุดก็เข้าร่วมกับฝ่ายอาร์คแองเจิ้ลในสงครามที่ยาคินดูเอ้

    ดิอัคก้า เอลส์แมน (Dearka Elthman)

    เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน สนิทกับอิซาค เป็นผู้บังคับ GAT-X103 บัสเตอร์ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ คิระยิงบัสเตอร์ตกและดิอัคก้าถูกจับเป็นเชลยในยาน และช่วยอาร์คแองเจิ้ลต่อสู้กับสหพันธ์โลกที่เข้าโจมตีออร์บ จนถึงสงครามที่ยาคินดูเอ้

    นิโคล อามาลฟี่ (Nicol Amarfi)

    เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน สนิทกับอัสรัน เป็นผู้บังคับ GAT-X207 บลิทซ์ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ หลังจากที่บัสเตอร์ตก สไตรค์ที่ต่อสู้กับอีจิสอยู่ นิโคลจึงบังคับบลิทช์เข้าโจมตีแต่กลับถูกสไตรค์ฟันเข้า เสียชีวิตทันที

    รัสตี้ แมคเคนซี่ (Rusty Macancy)

    เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน เสียชีวิตตั้งแต่ตอนเข้าโจมตีเฮลิโอโพลิส

    มิเกล ไอแมน (Miguel Aiman)
    แพทริก ซาล่า (Patrick Zala)

    ผู้นำแพลนท์ เป็นพ่อของ อัสรัน เป็นผู้ที่เคียดแค้น เนเชอรัล จากเหตุการณ์ โศกนาฎกรรมยูนิอุสเซเว่น ซึ่งทำให้เสียภรรยาไป จึงต้องการทำลายเนเชอรัลให้สิ้นซาก และเปลี่ยนแผนที่จะโจมตีฐานทัพปานามาเป็นฐานทัพโจชัวร์ อลาสก้าแทน ท้ายสุดเสียชีวิตที่ยาคินดูเอ้

    ซีเกล ไคลน์ (Sigel Clyne)

    ประธานสภาแห่งซาร์ฟ บิดาของลักซ์ ถูกทหารซาร์ฟยิงตายหลังจากที่คิระนำฟรีด้อมไปได้ไม่นาน

    แอนดรูว์ วอลท์เฟลด์ (Andrew Waltfeld)

    "เสือแห่งทะเลทราย" อดีตผู้บัญชาการภาคพื้นแอฟริกา หลังจากบาคูที่ขับโดนคิระจัดการ โดยตนเองไม่ตายเพียงเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่คนรัก(ไอช่า)ตาย ภายหลังมารับตำแหน่งกัปตันยาน เอเทอร์นอล ให้กับกองกำลังของลักซ์

    มัลโก้ โมราซิม (Marco Morassim)

    ผู้บัญชาการหน่วยโมราซิม ที่ฐานทัพคาเพนทาเรีย ได้ขับ ดีน ในการต่อสู้กับอาร์คแองเจิ้ลรอบแรกที่มหาสมุทรอินเดีย แล้วเสียท่าให้กับ สกายกลาสเปอร์ ของ มู ลา ฟราก้า รอบสองขับหุ่นที่ใช้ในทะเล โซโน ต่อสู้กับ อาร์คแองเจิ้ลอีกรอบ แล้ว จบชีวิตด้วย สไตรค์กันดั้ม ของ คิระ ยามาโตะ

การ์ตูนรีวิว Mobile Suit Gundam SEED

ฝ่ายออร์บ

    คางาริ ยูระ อัธฮา

    ลูกสาวของอุซุมิ ผู้นำประเทศออร์บ เดินทางไปเฮลิโอโพลิสเพื่อสืบหาโครงการ G ได้พบและรับการช่วยชีวิตโดยคิระให้เดินทางกลับโลกอย่างปลอดภัย คางาริติดต่ออาร์คแองเจิ้ลให้มุ่งหน้าสู่ออร์บ แล้วร่วมเดินทางไปกับยานอาร์คแองเจิ้ลและได้พบกับอัสรัน ในการโจมตีของสหพันธ์โลกที่ออร์บ คางาริบังคับหุ่น MBF-02 สไตรด์รูจ ซึ่งเป็นหุ่นที่เหมือนกับสไตรค์ของคิระ แต่มีระบบเฟรสชิพต่างกัน หลังจากเดินทางสู่อวกาศพบกับอาร์คแองเจิ้ล คางาริรับรู้เรื่องกดดันของอัสรันและเห็นใจเค้าเป็นอย่างมาก ในท้ายสุดคางาริเข้าไปช่วยอัสรันไว้ในช่วงที่จะระเบิดจัสตินเพื่อทำลายเจเนซิส

    อุซุมิ นาระ อัธฮา

    ผู้นำประเทศออร์บ และ เป็นพ่อของ คางาริ เป็นผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองทัพสหพันธ์โลก และดำเนินนโยบายเป็นกลางจนได้พลีชีพตัวเองพร้อมกับประเทศ แต่ก่อนนั้นได้เรียกเหล่าคนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลเข้าพบและฝากความหวังแห่งสันติภาพไว้กับพวกเค้าเหล่านั้น

    เลโดนิล คิซากะ

    องค์รักษ์คนสนิทของคางาริ เป็นผู้ที่ใกล้ชิดและคางาริไว้ใจมากที่สุด คอยช่วยเหลือคางาริตั้งแต่ปลอมตัวเข้าร่วมกับกองกำลังทะเลทรายเพื่อสู้กับเสือแห่งทะเลทราย และเป็นกัปตันบังคับยานคุซานางิ

http://www.animecrazy.net/forums/members/u44855/tsuyu-no-inochi-albums-anime-couples-picture130184-lacus-clyne-kira-yamto-tori-mobile-suit-gundam-seed-singer-peace-her-freedom-fighter-pilot.jpg
การ์ตูนรีวิว Mobile Suit Gundam SEED

    เอริก้า ซิมมอนส์

    หัวหน้าฝ่ายวิจัยและช่างเทคนิคของมอร์เกนเรทที่ออร์บ เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์ G และการสร้างโมบิลสูท MBF-M1 M1แอสเทรย์ ทั้งยังเป็นผู้ทำรายงานความสามารถที่เรียกว่า SEED ในโคออดิเนเตอร์ของ คิระ ยามาโตะ

    อาซางิ โค้ดเวล

    นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้

    จูริ วู เนียน

    นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้

http://static.zerochan.net/full/06/21/13556.jpg

    มายูระ ลาแบ็ท

    นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้


บลูคอสมอส
    มุลต้า อัสราเอล

    ชายที่เป็นผู้นำของบลูคอสมอส อยู่ประจำยาน โดมิเนียน พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะและทำลายโคออดิเนเตอร์ให้หมดสิ้น

    ออร์ก้า ซับแน็ค

    หัวหน้าหน่วยของ CPU ที่มีชีวิต ขับ GAT-X131 คาลามิตี้กันดั้ม ชอบอ่านนิยายเวลาปกติ

    โครโต บูเออร์

    นักบินที่เป็น CPU มีชีวิต ขับ GAT-X370 เรดเดอร์กันดั้ม ชอบเล่นเกมเวลาปกติ

    ชานี่ แอนดราส

    นักบิน CPU มีชีวิตอีกคน ขับ GAT-X252 ฟอร์บิดเดนกันดั้ม เวลาปกติจะชอบฟังเพลง

    วิลเลียม ซูทเทอร์แลนด์

    ผู้บัญชาการฐานทัพโจชัวร์ (JOSH-A) ที่อลาสก้า เป็นผู้ออกคำสั่งให้ อาร์คแองเจิ้ล อยู่เฝ้าฐานทัพเพื่อเป็นเป้าล่อกองทัพใหญ่ของซาฟท์ แล้วทำลายทิ้ง เป็นผู้สนับสนุน บลูคอสมอส

การ์ตูนรีวิว Mobile Suit Gundam SEED

ที่มา th.wikipedia.org

Read More »

Doraemon The Movie 2011 โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก รีวิวการ์ตูน

Doraemon The Movie 2011 : Doraemon Shin Nobita to Tetsujin Heidan
แนวหนังการ์ตูน : อนิเมชั่น ดราม่า สงคราม
เรื่องย่อ

จากการที่โนบิตะไปขอร้องโดราเอม่อนให้เอาหุ่นยนต์ออกมาเพราะอิฉาซูเนโอะ ทำให้เค้าได้ไปพบชิ้นส่วนของหุ่นบยนต์ขนาดยักษ์ที่ขั๊วโลกเหนือ และขับเล่นในโลกกระจก จนกระทั้งหญิงสาวลึกลับที่ชื่อว่า ริลุลุ ได้ปรากฏตัวออกมาเพื่อขอหุ่นยนต์คืน และเธอก็มาพร้อมกับหายนะของโลกครั้งใหม่ที่พวกของโนบิตะต้องเผชิญ

http://i756.photobucket.com/albums/xx209/Mizuhosima/doraemon-the-movie-robot.jpg
Doraemon The Movie 2011 : Doraemon Shin Nobita to Tetsujin Heidan

ตัวอย่าง Doraemon The Movie 2011

มุมมองของ Soma

อย่างที่รู้กันว่าในปัจจุบันนี้ Doraemon ได้อยู่ในการรับผิดชอบของทีมงานใหม่ ซึ่งในไทยก็ยังคงมีกระแสต่อต้านเรื่องของลายเส้นที่ไม่เหมือนเดิม แต่ถ้าใครได้ชมงานของทีมใหม่จะรู้ว่า แม้ทีมใหม่จะทำงานที่เป็นภาค Original ยังไม่ดีพอ แต่สำหรับ Remake พวกเค้าได้ทำออกมายอดเยี่ยมและไม่มีมาตราฐานตก ซึ่งมาถึงปีนี้ที่ทีมงานต้องมา Remake ภาคที่จัดได้ว่าคลาสสิคที่สุดภาคนึงใน Doraemon Movie ซึ่งก็คือ ภาคสงครามหุ่นเหล็ก นับว่าเป็นงานหินและต้องติดตามว่าทีมใหม่จะสามารถทำให้งาน Remake ชิ้นนี้ดีได้อย่างไรในเมื่อมาตราฐานของภาคนี้ตัวดั่งเดิมค่อนข้างสูงมาก และวันนี้หลังจากที่ผมดู ผมก็ขอบอกว่า

“นี้คือ Doraemon Movie ของทีมใหม่ที่สมบูรณ์ที่สุด และ เป็น1ในอนิเมชั่น Remake ที่ดีที่สุดในชีวิตผมที่ดูมา”

http://nighty.in.th/wp-content/uploads/2011/10/dora00.jpg


สิ่งแรกที่ทีมงานทำทุกครั้งที่มีภาค Remake คือการใส่เรื่องราวเพิ่มเติมเข้าไปเพื่ออุดช่องโหว่จากตัว Original แต่แรกมาด้วยบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไป แต่สำหรับภาคนี้สิ่งที่ขาดหายไปไม่ได้ลดตัวคุณค่าหรือกลายเป็นจุดด้อยของงานอีกแล้ว ทีมงานกล้าที่เปลี่ยนและใส่บทหัวสมองที่เป็นลูกเจี๊ยบนามว่าปิ๊บโป๊เข้ามาเพื่อเพิ่มบทของแก่ทีมของโนบิตะ เพราะถ้าใครดู Original จะรู้ว่าช่วงท้ายบทของพวกโนบิตะแทบจะถูกลืมหรือไม่จำเป็นต้องใส่มา

แต่เมื่อมีปิ๊บโป๊เข้ามาทำให้บทของพวกโนบิตะเด่นชัดมากขึ้น อีกทั้งหนังยังทำบทของปิ๊บโป๊ไม่ได้น่ารำคาญเลยแม้แต่นิดเดียว (อาจมีบ้างช่วงแรกๆ) สำหรับริลุลุหนังไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนัก แต่ที่ชอบคือการใส่ความรู้สึกนึกคิดของเธอเข้าไป ฉะนั้นในการกระทำของเธอหลายๆจุดในหนังนั้นจะรู้สึกมีพลังและน่าสงสารมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งไม่แปลกถ้าจะบอกว่าในเวอร์ชั่นนี้ท่านจะรักริลุลุมากกว่าเดิม (แต่ถ้าท่านชอบริลุลุที่แอบโหด อาจจะชอบออริจินอลมากกว่านะ)

ซึ่งความสัมพันธ์ของ2ตัวละครนี้ หนังจะไม่ทำเร่งรัดหรือบีบคั้นจนเกินไป แต่จะค่อยๆเป็นค่อยๆไป ค่อยๆเปิดเผยนิสัยของริลุลุและปิ๊บโป๊ ค่อยๆเปิดใจ2ตัวละครนี้ผ่านทางชิซุกะและโนบิตะ และในหนังยังมีหลายๆฉากที่แสดงถึงมิตรภาพออกมาได้งดงามและชวนให้รู้สึกดีตามไปด้วย และในที่สุดเราจะเริ่มรู้สึกดีไปกับตัวละครทั้ง2 เริ่มรู้สึกเชียร์ เริ่มรู้สึกสงสารตัวละคร จนในตอนท้ายผมคงต้องบอกว่า คงจะยากมากถ้าท่านคิดจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ (โดยเฉพาะฉากสุดท้าย ที่ผขอบอกว่าให้ไปดูกันเอง)


อีกทั้งหนังยังเติมเรื่องของประเด็นการแบ่งชนชั้นภายในสังคมซึ่งเป็น1ปมของเรื่องราว ซึ่งในหนังนั้นจะเน้นย้ำเกือบตลอดทั้งเรื่องเหมือนเป็นการกัดจิกสภาพสังคมของโลกในยุคปัจจุบัน ทำให้เรารู้สึกว่าสับสนต่อการกระทำของเหล่าหุ่นยนต์ว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกไหม (ซึ่งจุดนี้ Original จะไม่มี) ซึ่งถือเป็นภาครีเมคภาคแรกที่มีประเด็นที่กัดจิกกันแบบตรงๆและชัดเจนขนาดนี้

ภายในหนังจะแทรกไปซึ่งสัญญลักษณ์มากมายทั้งทางคำพูดและการกระทำการบ่นของตัวละคร ซึ่งทำให้ชวนกังวลใจเหมือนกันว่าหนังจะสามารถเก็บประเด็นเหล่านี้ได้ครบหรือไม่ เพราะการดำเนินเรื่องค่อนข้างไปเร็วพอสมควร แต่เมื่อดูจบก็รู้ว่าทีมงานสามารถผนวกสัญลักษณ์ที่มีตลอดทั้งเรื่องออกมาได้อย่างประทับใจ

อีกอย่าง ตั้งแต่ทีมใหม่ทำมา ภาคนี้ผมให้ความรู้สึกว่า “เป็นผู้ใหญ่” ที่สุด และ “โทนจริงจัง” ที่สุด แม้ในหนังจะมีมุกตลกแทรกมาเป็นระยะ (แถมบางมุกก็เอาซะฮา) มีความน่ารักของตัวละครมาทรอดแทรก แต่เมื่อหนังเข้ากลางเรื่องสิ่งเหล่านี้จะถูกลดลงกลายเป็นความจริงจัง ประเด็นในหนัง ที่ถาโถมกันเข้ามาจนแอบรู้สึกสงสารเด็กนิดหน่อยว่า ดูแล้วมันจะดูรุนแรงเกินไปไหม โดยเฉพาะฉากเปลี่ยนเสื้อริลุลุ (ครับท่านฟังไม่ผิด มี และ ไม่เซ็น!!!!) อีกอย่างปกติโดราเอม่อนจะได้เรท ด. คือเหมาะสำหรับเด็ก แต่ในภาคนี้เรทได้อัพขึ้นเป็น ท. นะครับ


อีกจุดที่ชอบมากๆ แต่ก็เข้าใจเรื่องปีของการสร้างมันต่างกันคือเรื่องของ ฉากแอ็คชั่น ที่ภาคนี้ทำออกมาได้สมกับคำว่า Remake ฉากต่อสู้ต่างๆในหนังนั้นชวนให้นึกถึงอนิเมซุปเปอร์โรบอทชั้นเยี่ยมหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะฉากสุดท้ายที่ผมเชื่อว่าท่านคงไม่เคยเห็นในอนิเมชั่นที่ชื่อว่า โดราเอม่อน แน่นอน และสิ่งที่ผมประทับใจมากและคาดไม่ถึงคือซาวด์เอฟเฟคภายในหนังที่โคตรเจ๋ง เพราะเสียงหลายเสียงในหนังมันชวนให้กลัวและกดดันมากๆ (เสียงตอนชาร์จยิงเลเซอร์ในหนังยังตรึงในหูจนออกจากโรง)

ภาคนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกับเพลง เพราะในเรื่องมีการเปิดเพลงประกอบไปตั้ง3-4 เพลง ซึ่งแต่ละเพลงก็ถือว่าไพเราะเลยทีเดียว (โดยเฉพาะเพลงแรกที่เปิดตอนต้นเรื่อง ที่ขอบอกว่ามีความสำคัญมาก) แต่สำหรับดนตรีประกอบในภาคนี้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง หลายฉากได้ดนตรีประกอบช่วยเค้นอารมณ์ทั้งเศร้า และ ยิ่งใหญ่เข้ากับเรื่องได้อย่างไม่รู้สึกผิดแปลกอะไรทั้งสิ้น

http://www.hugmagazine.com/Portals/1/Hug_nov2011/%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%992.jpg

จะติหน่อยก็ตรงเรื่องการพากย์ไทย ที่ภาคนี้ทีมพากย์เหมือนจะพากย์กันนอกเรื่องพอสมควร โดยเฉพาะหลายฉากที่อาจจะฟังแล้วหลุดๆไปนิด แต่ก็คงไม่ปฏิเสธเหมิอนเดิมว่า ทีมพากย์โดราเอม่อนในไทย ถ้าไม่ใช่ชุดนี้ ก็คงไม่มีทีมพากย์ไหนทำได้ดีกว่านี้แล้ว

สำหรับเรื่องงานภาพที่เป็นปัญหาของหลายๆคน อันนี้ผมให้การตัดสินใจกับพวกท่านเองล่ะกันครับว่าจะเอาเช่นไร เพราะในตอนนี้งานภาพของโดราเอม่อนทีมใหม่แทบไม่มีคำว่าการบิดเบี้ยวของตัวละครแล้ว และตัวละครแต่ละตัวยังออกแบบได้น่ารักสวยงาม ซึ่งผมเชื่อว่าใครไปดูทุกคนก็สามารถยอมรับลายเส้นแบบนี้กันได้แล้วล่ะ


แต่ยอมรับว่างานภาพภาคนี้เจ๋งพอตัว โดยเฉพาะในฉากสงครามที่ดูยิ่งใหญ่เอามากๆ ฉากในส่วนอื่นๆก็วาดได้สวยงาม แต่ผมชอบการออกแบบเมืองเมโทรเผียและฐานทัพของหุ่นยนต์ที่ทำออกมาได้อารมณ์หนังไซไฟจริงจัง รวมถึงหุ่นบางตัวที่ออกแบบใหม่ก็ดูดีขึ้นกว่าเดิม (โดยเฉพาะท่านแม่ทัพ ขอยอมรับว่าเอาออริจินอลมาดูตอนนี้ ดีไซน์มันเห่ยจริงๆ)

แต่ผมคงไม่เทียบอะไรมากกับต้นฉบับ เพราะว่าอย่างที่รู้กันว่าโครงเรื่องทั้งหมดมันมาจากฝีมือการเขียนของ อ.ฟูจิโอะ แล้วนำไปแปลงเป็นอนิเมชั่น แต่ถ้าใครได้ดูเวอร์ชั่นRemakeและได้อ่านเวอร์ชั่นมังกะฝีมือของอาจารย์จะรู้ว่า หลายๆอย่างได้เอาเวอร์ชั่นมังกะมาเป็นต้นแบบด้วย ฉะนั้นในใจผมจริงๆผมคงต้องยอมรับว่า เวอร์ชั่นRemake ดัดแปลงจากมังกะของอาจารย์ได้ดีกว่าอนิเมเวอร์ชั่น Original ครับ และเป็นการต่อยอดทางความคิดและไอเดียเพิ่มเติมจากอาจารย์ท่านเพื่อทำให้เรื่องราวยิ่งใหญ่และอุดช่องโหว่ที่เกิดขึ้นมาในเรื่อง ฉะนั้น ผมต้องยอมรับเลยว่าทีมงานทีมนี้ “รักและเคารพ” อ.ฟูจิโอะอย่างแท้จริง

Doraemon The Movie 2011 โนบิตะผจญกองทัพมนุษย์เหล็ก รีวิวการ์ตูน

สรุป : คงไม่เกินไปถ้าผมบอกว่า นี้คือหนังเรื่องแรกในรอบปีที่ผมต้องยอมหลั่งน้ำตา ความประทับใจในหนังมีอย่างมหาศาล บทที่ถูกเพิ่มเติมจากตัว Original ได้อย่างยอดเยี่ยม ฉากแอ็คชั่นที่ทำออกมาได้อย่างสนุก ตัวละครอย่างริลุลุและปิ๊บโปถูกใส่เข้ามาได้น่าจดจำจนทำให้ตอนจบกลายเป็นความประทับใจที่ตราตรึงไปอีกนานคงต้องยอมรับเป็นครั้งแรกว่าในภาคนี้ ผมชอบตัว Reamake มากกว่า Original ครับ

เกรด S

ที่มา all-final.com

Read More »

การ์ตูนรีวิว เนกิมะ Magister Negi Magi

คุณครูจอมเวท เนกิมะ! (ญี่ปุ่น: 魔法先生ネギま!' Mahō Sensei Negima!) (อังกฤษ: Negima! Magister Negi Magi) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นแนวผจญภัย แต่งเรื่องและวาดภาพโดยเคน อาคามัตสึ โดยเป็นเนื้อเรื่อวเกี่ยวกับตัวละครที่มีชื่อว่า เนกิ สปริงฟิลด์ ที่จบการศึกษาจากโรงเรียนเวทมนตน์โดยมีคำสั่งให้ไปเป็นเป็นคุณครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนสตรีที่ประเทศญี่ปุ่น

ปัจจุบันกำลังถูกตีพิมพ์ในนิตยสารโชเน็นแม็กกาซีนรายสัปดาห์ในประเทศญี่ปุ่น และในนิตยสาร KC WEEKLY ในประเทศไทย ภาพยนตร์การ์ตูนสำหรับแพร่ภาพทางโทรทัศน์ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2547 โดยบริษัท XEBEC และนำออกแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ทีวีโตเกียวในช่วงครึ่งปีแรกของ พ.ศ. 2548 นอกจากนี้ยังมีวิดีโอเกมสำหรับเครื่องเพลย์สเตชัน 2 ภายใต้ชื่อเดียวกันอยู่สองเกม และสำหรับเครื่องเกมบอย แอดวานซ์ อีกสองเกม

คุณครูจอมเวท เนกิมะ! ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นลงในนิตยสารโชเน็นแม็กกาซีนรายสัปดาห์ เล่มที่ 13 ของปี พ.ศ. 2546 โดยออกวางจำหน่ายเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ของปีเดียวกัน ในปัจจุบันยังตีพิมพ์อยู่โดยมีจำนวน 340 ตอน และได้ตีพิมพ์หนังสือการ์ตูนรวมเล่มออกมาแล้วถึง 35 เล่ม

สำหรับประเทศไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจถือลิขสิทธิ์และตีพิมพ์คุณครูจอมเวท เนกิมะ! ลงในนิตยสาร KC Weekly และปัจจุบันได้ตีพิมพ์หนังสือการ์ตูนรวมเล่มถึงเล่มที่ 33 สำหรับประเทศอื่นๆ นั้น ในสหรัฐอเมริกาตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Del Ray, ในสิงคโปร์โดยสำนักพิมพ์ชวงยี, ในอิตาลีโดยสำนักพิมพ์ Play Press, ในฝรั่งเศสโดยสำนักพิมพ์ Pika Edition, และในสเปนโดยสำนักพิมพ์ Glénat

ณ ขณะนี้ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการรวมเล่ม 35 แล้ว และกำลังดำเนินเนื้อเรื่องต่อ...



ความเหมาะสมต่อยุวชนและการเซนเซอร์

เช่นเดียวกับการ์ตูนของเคน อาคามัตสึ เรื่องอื่นๆ คุณครูจอมเวท เนกิมะ! มีภาพที่ไม่เหมาะสมต่อยุวชนเป็นจำนวนมาก ส่วนมากแล้วภาพดังกล่าวเป็นภาพของตัวละครหญิงที่กำลังอาบน้ำ กระโปรงถูกลมพัด เสื้อผ้าหลุดหรือฉีกขาด อีกทั้งมุขตลกบางมุขเป็นมุขทะลึ่งสำหรับผู้ใหญ่ อย่างไรก็ดีหนังสือการ์ตูนไม่มีเนื้อหาหรือภาพที่แสดงพฤติกรรมทางเพศ ความรุนแรง หรือความโหดร้ายทารุณอยู่เลย

ประเทศญี่ปุ่นไม่มีมาตรการกีดกันไม่ให้ผู้เยาว์ซื้อหนังสือการ์ตูนเรื่องคุณครูจอมเวท เนกิมะ! ประเทศไทยไม่มีมาตรการดังกล่าวเช่นกัน แต่สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจได้ตัดต่อภาพที่มีปัญหาโดยปิดส่วนของร่างกายที่ไม่เหมาะสมโดยใช้คำพูดหรือลบให้จางลงเพื่อป้องกันภาพที่ไม่สมควร เช่นเดียวกับที่เคยทำกับเรื่องบ้านพักอลเวง และพิมพ์ในหนังสือการ์ตูนว่าตรวจสอบภาพแล้ว แม้ว่าจะทำให้เสียอรรถรสไปบ้างบางฉาก

ในสหรัฐอเมริกา สำนักพิมพ์ Del Rey จัด คุณครูจอมเวท เนกิมะ! ว่าเป็นการ์ตูนที่ไม่เหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี

ในเนกิปะ เล่มที่ 11 จะมีการกล่าวถึงการเซนเซอร์การ์ตูนคุณครูจอมเวท เนกิมะ!ในแต่ละประเทศซึ่งมีการกล่าวถึงประเทศไทยที่ใช้อักษรเสียงปิด รวมถึงประเทศอินโดนีเซียที่มีการเขียนภาพแก้ไขตัวงานเลยเช่นกัน


เล่มลิมิตเต็ดอิดิชั่น

คุณครูจอมเวท เนกิมะ! ฉบับที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์โคดันฉะบางฉบับจะมีรุ่นลิมิตเทดอิดิชั่น (Limited Edition) ซึ่งจะมีสินค้าพิเศษติดมากับตัวหนังสือด้วย โดยที่จะจำหน่ายในจำนวนจำกัด และมีราคาสูงกว่าฉบับปกติซึ่งเดิมราคา 420 เยน

ความแตกต่างระหว่างหนังสือการ์ตูนกับการ์ตูนโทรทัศน์

บทสรุปของภาคอะนิเมะแตกต่างกับเนื้อเรื่องที่ดำเนินอยู่ในมังงะมาก เนื้อเรื่องในช่วงทัศนศึกษาที่เกียวโตที่ผู้แต่งใช้เวลากว่าครึ่งปีเขียนนั้น ถูกย่อให้เหลือความยาวแค่สองตอนเท่านั้น ฉากวาบหวามและฉากโชว์ชุดชั้นในซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากในมังงะถูกตัดออกเกือบหมด นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมาย อาทิ เนกิมาถึงญี่ปุ่นในเดือนเมษายน 2545 แทนที่จะเป็นเดือนตุลาคม 2545, ย้ายฉากยุทธการชิงจุมพิตซึ่งควรจะอยู่ที่โรงแรมที่พักระหว่างการทัศนศึกษาเกียวโตมาอยู่ที่คฤหาสถ์ร้างในโรงเรียน, ผมของ ฮาเซกาว่า จิซาเมะ ถูกเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว, มิสะ คากิซากิ จากสีน้ำตาลอ่อนเป็นสีม่วง, อาคาชิ ยูนะ จากสีดำเป็นสีน้ำตาล เป็นต้น



โอวีเอและโอเอดี

ในงาน "เนกิมะ!! พิธีเปิดภาคเรียนของห้อง 3-A แห่งแผนกมัธยมต้นของโรงเรียนมาโฮระ" (ネギま!!良学園中等部3-A 1学期始業式) ซึ่งจ้ดขึ้นเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2549 ได้มีการเปิดตัวโอวีเอของ คุณครูจอมเวท เนกิมะ! เรียกกันว่า "ฉบับฤดูใบไม้ผลิ (ฮารุ)" จัดทำโดยทีมงาน SHAFT ผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง สุคุโยมิ มูนเฟส และ ปานิ โปนิ แดช! ทำให้การออกแบบตัวการ์ตูนแตกต่างกับหนังสือการ์ตูนและภาพยนตร์การ์ตูนชุดแรกข้างต้นมาก โดยโอวีเอนี้มีได้จำหน่ายเป็นของแถมของหนังสือการ์ตูนเล่มที่ 15 ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนเมษายน พ.ศ. 2549 แล้วจำหน่ายเป็น ดีวีดี ในวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2549 โดยเนื่อเรื่องเกี่ยวกับการไปพักร้อนของเนกิที่รีสอร์ทของ หัวหน้าห้อง ในเล่มที่ 7

ต่อมา SHAFT ก็ได้ จำหน่าย โอวีเอ "ฉบับฤดูร้อน (นัทสึ)" โดยจำหน่ายแถมมากับหนังสือการ์ตูน และ จำหน่ายเป็น ดีวีดี ในวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 โดยเนื้อเรื่องเกี่ยวกับคำสาปด้ายสีแดง ที่ โนโดกะ ร่ายไว้โดยไม่ตั้งใจ ทำให้ โนโดกะ ต้องมาผูกด้ายสีแดงกับเนกิ

ในปี พ.ศ. 2551 ทีม SHAFT ยังได้มีการจัดทำอะนิเมะภาค 3 เป็นรูปแบบ OAD ในชื่อ "Negima! ALA ALBA" ซึ่งใช้เนื้อหาในช่วงเริ่มตั้งกลุ่ม "คลับเนกิมะ" จนถึงไปเมืองเวทมนตร์ (คาบเรียนที่ 176 ถึง 183 ยกเว้นคาบเรียนที่ 181) มีอยู่ด้วยกัน 3 ตอน


ตัวละคร

เนกิ สปริงฟิลด์



กลุ่ม:Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด สิงหาคม 1994

สำหรับเนกิ หนูน้อยวัย10ขวบนั้น ก็ถือเป็นตัวเอกของเรื่อง โดยลักษณะของเนกินั้น น่าจะเรียกได้ว่า เป็นการนำ แฮรี่ พ็อตเตอร์ กับ อุราชิมะ เคทาโร่ มารวมกันเป็นคนๆเดียว เขาเกิดที่แคว้นเวลส์ และจบจากโรงเรียนเวทมนตร์เมลเดียน่า ด้วยคะแนนสูงสุด และ ถูกส่งให้เป็น คุณครูสอนภาษาอังกฤษ และ เป็น ครูประจำชั้นของห้อง 2-A แห่งโรงเรียนสตรีมาโฮระ โดยตัวเนกิเองนั้นมีความใฝ่ฟันที่จะเป็น มากิสเทลมากิ จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ ให้จงได้ แต่โดยแท้จริงแล้วนั้น เหตุที่เนกิต้องการฝึกเวทมนตร์ก็เพราะ ต้องการตามหา Thousand Master หรือ นากิ สปริงฟิลด์ ผู้เป็นพ่อแท้ๆของเนกิ ที่ใครหลายๆคนว่ากันว่า เขาหายสาปสูญไป แต่ตัวเนกิเองก็เคยพบกับนากิในเหตุการณ์ เมื่อ 6 ปีก่อน และในครั้งนั้น นากิก็ได้ให้ไม้เท้าประจำตัวให้กับเนกิ และเนกิก็ยังคงพกมันติดตัวเอาไว้ตลอดเวลา และ การที่เขาได้พบกับเหล่าลูกศิษย์สาวของห้อง 2-A ซึ่งแต่ละคน ก็มีความสามารถที่แตกต่างกันไป การมาเป็นครูประจำชั้นของห้อง2-A ของเนกินั้น เขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และ กลายเป็นขวัญใจของสาวๆในชั้น และมี คากุระซากะ อาซึนะ เป็นคนคอยดูแลเนกิ ลักษณะนิสัยของเนกินั้น เป็นคนที่มีความมุ่งมั่น พยายามสูง ชอบทำอะไรเกินตัว แต่ด้วยความที่เป็นเด็ก10ขวบ ก็ทำให้เนกินั้นถูกลูกศิษย์แกล้ง(เพราะรัก) บ่อยๆ แถมบางทีก็ทำตัวซุ่มซ่าม จนเกิดเรื่องราวแปลกๆเป็นประจำ ชนิดที่มี "คว้าง" "ควับ" "พรึ่บ" มากอยู่พอควร

เกร็ด: ชื่อของเนกินั้น ถ้าแปลตามความหมายภาษาญี่ปุ่นจริงๆนั้น แปลว่า ต้นหอม อีกทั้งคำว่า เนกิมะ ยังหมายถึง ไก่กับต้นหอมญี่ปุ่นย่างเสียบไม้ อีกด้วย
(นักพากย์:ซาโต้ รินะ)

เหล่านักเรียนห้อง 3-A

# 1 ไอซากะ ซาโยะ
กลุ่ม:ปีกพิสุทธิ์

ปรากฏตัวครั้งแรกก็โดนเพื่อนร่วมชั้น อย่าง มานะ เซ็ตซึนะ ตามไล่ล่าเลย ในตอนที่ 74 เป็นสมาชิกคนเดียวในห้อง ที่เป็นผี เข้าเรียนตั้งแต่ปี 1940 ปัจจุบันก็ยังเรียนอยู่ แต่
ใครๆในห้องส่วนใหญ่ไม่เคยมองเห็นตัวเธอ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มองเห็น ส่วนสาเหตุการตายของเธอนั้นยังเป็นปริศนา

ปัจจุบัน สิงอยู่ในตุ๊กตานุ่นที่มีรูปร่างเป็นตัวเธอ(แต่มีขนาดเล็ก) ที่คาซึมิจัดหามาให้




นักพากย์:ชิราโทริ ยูริ    ผลโหวตล่าสุด:1,983 (13)
# 2 อาคาชิ ยูนะ
กลุ่ม:Sport Girls
เกิด 01/06/1988

เป็นลูกสาวของอ.อาคาชิ ผู้ซึ่งหนึ่งในอาจารย์จอมเวทย์คนหนึ่งของโรงเรียน โดยเก็บความลับการเป็นจอมเวทย์ไม่ให้ยูนะรู้ และ เป็นนักบาสเก็ตบอลของโรงเรียน เป็นเพื่อนสนิทของ มากิเอะ, อาโกะ และ อากิระ ออกโรงบ่อย แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ได้รับบทเด่นกะเขาเลย แต่อย่างน้อย ช่วงเล่ม 16-17 ก็แสดงให้เห็นว่า เธอก็มีทักษะเด่นในด้านการยิงปืนเช่นกัน
ถึงเธอจะเป็นสาวห้าวขี้เล่น แต่ก็เป็นคนที่ติดพ่อเอามากๆ ซึ่งตอนเด็กๆ เธอเคยคิดอยากแต่งงานกับคุณพ่อเลยทีเดียว

นักพากย์: คิมูระ มาโดกะ    ผลโหวตล่าสุด:3,458 (7)
# 3 อาซากุระ คาซึมิ
กลุ่ม:ปีกพิสุทธิ์
เกิด 10/01/1989

เป็นนักข่าวประจำหนังสือพิมพ์โรงเรียน และ ได้รับฉายาว่า ปาปารัสซี่ประจำห้อง และเป็นอีกคนที่รู้ความลับการเป็นจอมเวทย์ของเนกิ แต่ก็ช่วยปิดบังไว้ เธอเป็นคนฉลาด ออกเจ้าเล่ห์ๆคล้ายๆ คิทสึเนะ จาก เลิฟ ฮินะ เป็นคนที่อวบอึ๋มอันดับ 4 ของห้อง และเป็นคนวางแผนเกมส์แข่งจูบร่วมกับคาโมในเล่ม5 ด้วย เป็นคนที่ 8 ที่ทำพันธะสัญญากับ เนกิ


นักพากย์:ซาซางาว่า อายานะ    ผลโหวตล่าสุด:1,792 (15)
# 4 อายาเซะ ยูเอะ
กลุ่ม:ชมรมสำรวจห้องสมุด,Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 16/11/1988

หัวหน้ากลุ่มBakaranger(Baka Black) ชอบดื่มเครื่องดื่มแปลกๆเป็นประจำ เป็นเด็กหัวดี แต่ไม่ชอบการเรียนหนังสือที่โรงเรียน อยู่กลุ่มชมรมสำรวจห้องสมุดเช่นเดียวกับ ฮารุนะ และ โนโดกะ จากการที่ยูเอะประสบกับเหตุการณ์ในเล่ม 6 ยูเอะก็เลยรู้ความลับของเนกิอีกคน และ คอยสนับสนุนให้โนโดกะลงเอยกับเนกิโดยเร็ว(ทั้งๆที่ตัวเองก็แอบหลงรักเนกิ ด้วยเหมือนกัน) และ เป็นคนที่ 5 ที่ทำพันธะสัญญากับ เนกิ
...ทว่าในช่วงเนื้อเรื่องในโลกเวทมนตร์ เธอสูญเสียความทรงจำ
นักพากย์:คุวาทานิ นัตสึโกะ    ผลโหวตล่าสุด:3,050 (9)
# 5 อิสึมิ อาโกะ
กลุ่ม:Sport Girls
เกิด 21/11/1988

เป็นเด็กสาวขี้อาย แต่อยู่ชมรมกีฬาเช่นเดียวกับ ยูนะ,มากิเอะ,และ อากิระ โดยเธอเป็นผู้จัดการชมรมฟุตบอล เป็นผู้ช่วยปฐมพยาบาล และ เป็นหนึ่งในสมาชิกวง Decopin Rocket (วงดนตรีเฉพาะกิจในเนื้อเรื่องช่วงงานเทศกาลโรงเรียน) ตำแหน่งมือเบส
และตัวอาโกะเองก็มีบาดแผลปริศนาที่กลางหลังอีกด้วย อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่เธอไม่ชอบการทะเลาะวิวาท
ดูเหมือนว่าตัวเธอเองก็เริ่มสนใจ เนกิในร่างโตเป็นหนุ่มอีกด้วย
นักพากย์:ยามากาว่า โคโตมิ    ผลโหวตล่าสุด: 3,776 (6)
# 6 โอโคคุจิ อากิระ
กลุ่ม:Sport Girls
เกิด 26/05/1988

เป็นSport Girls เหมือนกัน เป็นดาวของชมรมว่ายน้ำ
เป็นคนนิสัยเงียบขรึม พูดน้อย เลยไม่ค่อยมีบทเด่น และ หน้าตาก็ถอดมาจาก โมโตโกะ จาก เลิฟ ฮินะ อีกเช่นกัน
โดยเธอมีบทเด่นตอนแรก ตอนที่ 166 แถมเป็นตอนเงียบทั้งตอนอีกด้วย
นักพากย์:ยามาโมโต้ อาซึมิ    ผลโหวตล่าสุด: 2,884 (10)
# 7 คาคิซากิ มิสะ
กลุ่ม:Mahora Cheerleaders
เกิด 15/05/1988

เป็นตัวละครที่ไม่ค่อยมีบทมากซักเท่าไหร่
อยู่ชมรมเชียร์ ลีดเดอร์ ชมรมประสานเสียง และ สมาชิกวง Decopin Rocket เป็นคนเดียวที่มีboyfriendแล้ว รักการช็อปปิ้ง แต่ เกลียดน้ำอัดลม


นักพากย์:อิโต้ ชิซึกะ   ผลโหวตล่าสุด:127 (30)
# 8 คากุระซากะ อาซึนะ
กลุ่ม:Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 21/04/1988

สาวตา2สีผู้นี้ หรือมีชื่อจริงๆก็คือ อาซึนะ เวสเบรีน่า เทโอทานาเซีย เอเทโอฟิวเซีย (ข้อมูลจากเล่ม19)นิสัยของเธอนั้นแทบจะเหมือนกับนารุ ในเลิฟ ฮินะ เลย ในแง่บ้าพลังเหมือนกัน(แต่การเรียนนี่ตรงกันข้าม - -) เป็นคู่ปรับกับหัวหน้าห้อง ยูกิฮิโระ อายากะ แถมยังเป็นตัวละครที่มีชะตากรรมในการโดนลอกคราบ โชว์หวิว อยู่บ่อยๆ
เป็นคนแรกที่รู้ความลับการเป็นจอมเวทย์ของเนกิ และ แรกๆก็ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเนกิซะเท่าไหร่ เพราะเนกิดันจามลอกคราบเธอต่อหน้าอ.ทาคาฮาตะ ที่เธอรัก แถมดันมาเป็นครูประจำชั้นแทนอีก แต่หลังๆทั้งอาซึนะและเนกิก็กลายมาเป็นคู่ซี้กันราวกับพี่น้อง และเป็นสหายร่วมรบคนสนิทของเนกิอีกด้วย แถมเป็นคนแรกที่ทำพันธะสัญญาเสมือน(ปัคทิโอ้/บักดิโอ้)เป็นคู่หูของเนกิอีก เช่นกัน และเป็นตัวละครอีกตัวที่ยังมีปริศนาแอบแฝงไว้อยู่ว่า เธอมีพลังสลายมนตรา(Magic Cancel)ได้อย่างไร แถมในวัยเด็กนั้น เธอไปอยู่ในกลุ่มสหายของThousand Master ได้อย่างไร? โดยอาซึนะนั้น จะว่าไปก็เหมือนกับ เป็นเงาสะท้อนของ เนคาเนะ ซึ่งเป็นพี่สาวเนกินั่นเอง

ปัจจุบัน เธอเป็นประธานคลับเนกิมะ หรือ ชมรมศึกษาวัฒนธรรมอังกฤษ (ภายหลังเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น ปีกพิสุทธิ์) ซึ่งเป็นชมรมที่ตั้งขึ้นเพื่อออกตามหาพ่อของเนกิ
นักพากย์:คันดะ อาเคมิ
   ผลโหวตล่าสุด:10,151 (2)



# 9 คาซึกะ มิโซระ
เกิด 04/04/1988

หรือ ซิสเตอร์ลึกลับ สมาชิกโลกลืมในห้อง 2-A อีกคน ยังไม่ค่อยมีบทบาทมากนัก เธออยู่ชมรมกรีฑา และ เธอก็เป็นจอมเวทย์ฝึกหัดในชุดซิสเตอร์(แม่ชี)อีกด้วย โดยเธอนั้นเป็นลูกของจอมเวทย์ และ ถูกบังคับให้ฝึกเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ ทั้งๆที่เธอไม่อยากจะเป็นซักนิด มีนิสัยชอบแกล้ง อำชาวบ้าน จึงเข้ากับแฝดจิ๋วได้เป็นอย่างดี
นักพากย์:บันโด ไอ    ผลโหวตล่าสุด:383 (26)
#10 คาราคุริ ชาช่ามารุ
กลุ่ม:ปีกพิสุทธิ์
สร้างเสร็จ 03/01/2001
เดินเครื่อง 01/04/2001

เป็นหุ่นยนต์(จริงๆ)ถูกสร้างโดยฝีมือของ ฮาคาเซะ ซาโตมิ ใช้พลังจากเครื่องจักรกล(โดยการไขลาน) และ พลังเวทย์ ทำให้เคลื่อนไหวได้ มีนิสัยโอบอ้อมอารี ชอบช่วยเหลือคนและสัตว์ที่กำลังลำบาก
และเป็นคู่หูของเอวาเจลีน อยู่ชมรมชงชาและโกะ(หมากล้อมญี่ปุ่น) และ เป็นอีกคนที่ตกหลุมรักเนกิ

ในเล่มล่าสุดสามารถโอนถ่ายข้อมูลย้ายไปยังร่างสำรองที่มีรูปร่างเล็กได้

(หมายเหตุ นามสกุลของชาช่ามารุ อ่านได้อีกแบบหนึ่งว่า ราคุโซ )
นักพากย์:วาตานาเบ้ อาเคโนะ    ผลโหวตล่าสุด:2,704(11)
# 11 คุกิมิยะ มาโดกะ
กลุ่ม:Mahora Cheerleaders
เกิด 03/03/1989

หน้าตาคล้ายๆกับ โมโตโกะ จาก เลิฟฮินะ ตอนตัดผมสั้น อยู่ชมรมเชียร์ลีดเดอร์ เหมือนกับมิสะ และ ซากุระโกะ (แถมเป็นสมาชิกวง Decopin Rocket)
แต่เธอดูจะเอาจริงเอาจังกว่าใครเพื่อน มี Avril Lavigne เป็นนักร้องคนโปรด
และเธอนั้น ไม่ชอบให้ใครเรียกเธอว่า "คุกิมี่"หรือ
"คุกิมิน"
นักพากย์:เดงุจิ มามิ    ผลโหวตล่าสุด:1,279 (17)
# 12 คู เฟย
กลุ่ม:Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 16/03/1989

คาแร็คเตอร์ก็เอามาจาก คาโอล่า ซู จากงานเก่าอีกเช่นเคย
เป็นคนจีน มีฉายาว่า BakaYellow แถมพูดญี่ปุ่นไม่ค่อยชัด เป็นประธานชมรมวิทยายุทธจีน จากเหตุการณ์ในเล่ม6 คูก็รู้ความลับของเนกิอีกเช่นกัน และ เป็นครูฝึกสอนวิชามวยให้กับเนกิอีกด้วย ในการพิสูจน์ฝากตัวเป็นศิษย์ของ เอวาเจลีน

นักพากย์:ทานากะ ฮาซึกิ ผลโหวตล่าสุด:1,345 (16)
# 13 โคโนเอะ โคโนกะ
กลุ่ม:ชมรมสำรวจห้องสมุด,Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 18/03/1989

เป็นลูกสาวของหัวหน้าสหพันธ์มหาเวทย์แห่งคันไซ ,เป็นหลานสาวของครูใหญ่โรงเรียนนี้ และ เป็น ประธานชมรมโหราศาสตร์
นอนอยู่ห้องเดียวกันกับอาซึนะ และ เนกิ นิสัยแม่บ้านแม่เรือน ร่าเริง ออกติงต๊อง ไร้เดียงสา บ้างเป็นบางครั้ง ตัวโคโนกะเองก็มีพลังเวทย์มหาศาลอยู่ในตัวแต่เธอยังไม่รู้ในทีแรก แต่มารู้ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากเหตุการณ์ทัศนศึกษา และมีความสัมพันธ์กับเซ็ตซึนะในแบบที่ลึกซึ้ง และเป็นคนที่ทำพันธะสัญญาเสมือน(ปัคทิโอ้/บักดิโอ้)เป็นคู่หูของเนกิอีกเช่น กัน ในคราวที่ช่วยชีวิตของเนกิไว้ในเล่ม6 (แรกเริ่มเดิมที เธออยากทำเพียงเพราะอยากได้การ์ดเท่านั้น)
นักพากย์:โนนากะ ไอ    ผลโหวตล่าสุด:5,705 (4)
# 14 ซาโอโตเมะ ฮารุนะ
กลุ่ม:ชมรมสำรวจห้องสมุด,Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 18/08/1988

เจ้าของนามปากกา พารุ เป็นสมาชิกชมรมการ์ตูน และ เกลียดการปั่นต้นฉบับมากๆเป็นเพื่อนสนิทเพื่อนร่วมชมรมของ ยูเอะ และ โนโดกะ อีกเหมือนกัน เป็นคนช่างเมาท์ ช่างลือเรื่องต่างๆ และ คอยสนับสนุนให้โนโดกะลงเอยกับเนกิโดยเร็วเช่นกันและหน้าตาก็คล้ายๆกับ เอมะ ตัวละครที่โผล่มาตอนท้ายๆเรื่องเลิฟ ฮินะ

เธอเป็นคนที่ 6 ที่ทำพันธะสัญญากับ เนกิ ชนิดที่ เนกิ ไม่ค่อยเต็มใจทำเท่าไหร่นัก
นักพากย์:อิชิเงะ ซาวะ    ผลโหวตล่าสุด:768(20)
# 15 ซากุระซากิ เซ็ตซึนะ
กลุ่ม:Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 17/01/1989 นักดาบสำนักชินเมริวและสมาชิกชมรมเคนโด้ผู้เงียบขรึม ถึงเธอดูเป็นคนเข้มแข็ง อ่อนโยน เอาจริงเอาจัง แต่จริงๆก็เป็นคนที่ขี้อายอยู่เหมือนกัน(โดยเฉพาะเวลาอยู่ใกล้ "คุณหนู") เธอเป็นลูกครึ่งเผ่าปักษา จำเป็นต้องซ่อนปีกของเธอเอาไว้ เพราะเกรงว่าจะถูกคนรังเกียจ พ่อแม่ของเธอเสียตั้งแต่ยังเล็ก ก็เลยได้รับการเลี้ยงดูจาก โคโนเอะ เอจุน ผู้เป็นพ่อของโคโนกะ และ มอบหมายให้เธอคอยปกป้องโคโนกะไม่ให้ห่าง แถมในวันหนึ่ง เธอไม่สามารถช่วยเหลือโคโนกะ หรือ "คุณหนู"ได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว พออยู่ที่รร.มาโฮระ ห้องเดียวกัน ก็ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เธอก็คอยปกป้องเธอเหมือนเป็นเงาตามตัว และร่วมมือกับอาซึนะกับเนกิไปช่วยเหลือโคโนกะกลับมาในคราวทัศนศึกษาและก็ทำ ให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและโคโนกะ ก็กลับมาสนิทกันเหมือนเดิม (เลยมักโดนคนอ่านจับคู่กันบ่อยๆว่าเป็น"คู่รัก"กัน) และเป็นคนที่ทำพันธะสัญญาเสมือน(ปัคทิโอ้/บักดิโอ้)
เป็นคู่หูของเนกิอีกเช่นกัน เป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมอันดับ 1 มาแล้ว 4 สมัย
นักพากย์:โคบายาชิ ยู    ผลโหวตล่าสุด:12,607 (1)



# 16 ซาซากิ มากิเอะ
กลุ่ม:Sport Girls ,Baka Rangers
เกิด 07/03/1989 Sport Girl ผู้ติ๊งต๊องและร่าเริง สมาชิกกลุ่มSport Girls อีกคน มีฉายาBakaPink อยู่ชมรมยิมนาสติก ถนัดการใช้ริบบิ้นมาก
มักจะทุ่มเทให้กับชมรมมากกว่าการเรียนเสียอีก และ เป็นอีกคนที่หลงรักเนกิมากๆเช่นกัน
และเคยได้รับความนิยมอันดับ 1 มาแล้ว 2 สมัย

นักพากย์:โฮริเอะ ยูอิ ผลโหวตล่าสุด:2,695 (12)




#17 ชิอินะ ซากุระโกะ
กลุ่ม:Mahora Cheerleaders
เกิด 09/06/1988 เป็นสาวเชียร์ลีดเดอร์ และ และ สมาชิกวง Decopin Rocket อีกคน และอยู่ชมรมลาครอส(กีฬาชนิดหนึ่งคล้ายๆเทนนิส +ฟุตบอล)
เป็นคนที่นิสัยร่าเริง ออกไฮเปอร์(ไม่)หน่อย และมีดวงการพนันดีมาก



นักพากย์:โอมาเอะ อากาเนะ ผลโหวตล่าสุด:704(21)



# 18 ทัตซึมิยะ มานะ
เกิด 17/11/1988

สาวเท่ห์ ผิวคล้ำ ที่สูงที่สุดในชั้น(184 ซม.)และ อวบอึ๋มอันดับ 3 ของห้อง เป็นมิโกะ(คนทรง)ของศาลเจ้าทัตซึมิยะ และถนัดการใช้ปืนทุกประเภท และตัวเธอกับเซ็ตซึนะก็เคยช่วยกันปราบวิญญาณในงานต่างๆมาแล้ว และรู้ความลับของเนกิอีกเช่นกัน และด้วยความโหดแบบไม่ไว้หน้า และ ความรับผิดชอบยิ่งชีพของเธอ ก็ทำให้เนกิเกรงกลัวได้มากเหมือนกัน จนบางทีเนกิเรียกเธอว่า "ผู้พันทัตซึมิยะ"
(ปืนที่มานะใช้ในเรื่องก็มี M40A1 ,Dual IMI Desert Eagle ,PGM Hecate II )
นักพากย์:ซาคุมะ มิโฮะ    ผลโหวตล่าสุด:510 (24)
# 19 เจ้า หลิงเฉิน
เกิด 01/12/1988

นักเรียนแลกเปลี่ยนจากจีน ที่เรียนเก่งที่สุดในระดับชั้นปี อยู่สารพัดชมรม และ เป็นเจ้าของร้านอาหาร เจ้า เปา ฉี แต่จริงๆแล้ว เธอเป็นมนุษย์เติบโตบนดาวอังคาร มาจากโลกอนาคต อีกทั้งยังเป็นตัวละครที่มีความลึกลับเช่นกัน เพราะเธอกับซาโตมิ กำลังเตรียมวางแผน การเผยโลกของจอมเวทย์ ในช่วงงานเทศกาลโรงเรียน รวมถึงเป็นตัวตั้งตัวตีในการฟื้นฟูงานประลอง ในงานเทศกาลโรงเรียน ซึ่งนากิ พ่อของเนกิ เคยชนะเลิศเมื่อตอนที่เขาอายุ 10 ปี
ในเล่ม 17 เธอได้ใช้ความได้เปรียบจากสิ่งประดิษฐ์ของเธอ สร้างความลำบากให้ใครต่อใครหลายต่อหลายคน แต่ก็ถูกเนกิหยุดเอาไว้ได้ และในระหว่างการต่อสู้ เธอก็เผยว่า ตนเป็นหลานของเนกิจริงๆ และสามารถร่ายเวทมนตร์ได้ด้วย โดยเธอนั้นถนัดการใช้เวทมนตร์สายเพลิง ซึ่งโศกนาฏกรรมในโลกอนาคตของเธอ ที่ทำให้เธอต้องตัดสินใจวางแผนป่วนโลกครั้งนี้นั้น ยังเป็นปริศนา

นักพากย์:โอซาว่า จิอากิ    ผลโหวตล่าสุด:447 (25)
# 20 นางาเซะ คาเอเดะ
กลุ่ม:Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 12/11/1988

นินจาสาวตาตี่ ที่พกความอวบอึ๋มเป็นอันดับ 2 และสูงเป็นอันดับ2 รองจากมานะ (181 ซม.) มีความสามารถในการแยกร่าง และพก ชูริเคน(ดาวกระจาย)ขนาดใหญ่เป็นอาวุธ และรู้ความลับของเนกิอีกเช่นกัน และคาดกันว่า เธอน่าจะเก่งที่สุด ในบรรดาสาวๆที่อยู่ในสายบู๊ อย่าง มานะ เซ็ตซึนะ และ คู ถึงภายนอกเธอจะดูเป็นคนเบลอๆ เหม่อลอย แต่แท้จริงแล้ว เธอมีบุคลิกที่คล้ายกับผู้ใหญ่มากๆเลย และเป็นที่พึ่งพาของเนกิได้มากอีกเช่นกัน อีกทั้งเธอเป็นคนที่ 9 ที่ทำพันธะสัญญาเสมือนกับเนกิ

นักพากย์:ชิราอิชิ เรียวโกะ    ผลโหวตล่าสุด:1,856 (14)
# 21 นาบะ ชิซุรุ
เกิด 29/01/1989

สาวอึ๋มอันดับ 1 ของห้อง และ หน้าตาและนิสัยก็คล้ายๆกับ
มุทซึมิ จาก เลิฟ ฮินะ(แต่เอ๋อน้อยกว่า) นอนพักอยู่ห้องเดียวกับ อายากะ และ นัตซึมิ อยู่ชมรมดาราศาสตร์ และ เคยช่วยเหลือ อินุงามิ โคทาโร่ มาแล้ว
นักพากย์:โคบายาชิ มิสะ    ผลโหวตล่าสุด:831 (19)
# 22 นารุทากิ ฟูกะ
เกิด 06/12/1988

แฝดจิ๋วผู้พี่ ที่ชอบแกล้งเนกิมาก อยู่ชมรมเดินเล่นเช่นเดียวกับคาเอเดะ และได้เรียนรู้วิชานินจาเหมือนกัน แถมเป็นคนกลัวผีมากๆ



นักพากย์:โคยาม่า คิมิโกะ    ผลโหวตล่าสุด:190 (29)
# 23 นารุทากิ ฟูมิกะ
เกิด 06/12/1988

ฝาแฝดคนน้องเป็นฝ่ายศิลป์ประจำห้อง ที่นิสัยดูออกจะเรียบร้อยกว่าคนพี่ อยู่ชมรมเดินเล่นเหมือนกัน แถมกลัวผีเหมือนกันอีกตะหาก

นักพากย์:คาโน่ มาริ    ผลโหวตล่าสุด:255 (27)
# 24 ฮาคาเซะ ซาโตมิ
14/7/1988

ฉายา ด็อกเตอร์ เรียนเก่งเป็นอันดับ2ของชั้นปี รองจาก เจ้า
และบ้าทำการทดลองมาก จนได้ชื่อว่าเป็น Mad Scientist และเธอกำลังร่วมมือกับเจ้า ในแผนการการเปิดเผยร่วมมือกับจอมเวทย์
นักพากย์:คาโดวากิ ไม    ผลโหวตล่าสุด:64 (31)

# 25 ฮาเซกาว่า จิซาเมะ
กลุ่ม:Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 02/02/1989 ดูแล้วคล้ายๆกับ นารุ ตอนสวมแว่นตา เป็นคนเงียบขรึม ชอบขวางโลก ขี้ยั๊วะและขี้บ่น เธอรู้ว่าห้อง2-A ที่เธออยู่นั้น มีแต่คนไม่ปกติ ดูเหมือนเธอไม่ค่อยมีสังคมสักเท่าไหร่ แต่สำหรับในโลกไซเบอร์นั้น เธอ คือ "ชิอุ" เน็ตไอด้อลคนดังนั่นเอง และ คนที่รู้ตัวตนของเธอจริงๆก็มีเพียงแค่เนกิคนเดียวเท่านั้น และในที่สุด เธอก็รู้ตัวตนจริงๆของเนกิในช่วงงานเทศกาลนี่หล่ะ และ เธอก็เป็นคนที่เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์เหนือกว่าใครๆ จนนำไปสู่การเป็นคู่หูพันธะสัญญาเสมือนกับเนกิ เป็นคนที่ 7

นักพากย์:ชิมุระ ยูมิ    ผลโหวตล่าสุด:3,203 (8)

# 26 เอวานเจลีน เอ เค แม็คโดเวลล์
กลุ่ม:ปีกพิสุทธิ์

เห็นหน้าเด็กๆแบบนี้ แต่ตัวจริงเป็นแวมไพร์อมตะ อายุมากกว่า 500 ปี เพราะคาถาของThousand Master หรือ พ่อของเนกิ นี่เอง ทำให้เธอกลายเป็นเด็กธรรมดา ไม่สามารถใช้พลังเวทย์ได้ แถมออกนอกโรงเรียนก็ไม่ได้ รวมไปถึง ยังถูกตามจับในฐานะจอมเวทย์ผู้ชั่วร้ายจากบรรดาเหล่าจอมเวทย์ ด้วยค่าหัวที่สูงมากๆ แต่ในเล่ม 12 ก็เปิดเผยแล้วว่า เธอเกิดในยุคกลาง เป็นลูกของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ แต่เดิมเป็นเด็กธรรมดาทั่วไป จนกระทั่งในวันเกิดครบ 10 ปี เธอกลับถูกสาปให้กลายเป็นแวมไพร์ แถมช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่มีการไล่ล่าปีศาจร้ายอยู่ด้วย เธอจึงใช้ชีวิตแบบหนีหัวซุกหัวซุน แถมฆ่าผู้คนที่ปองร้ายไปเรื่อยๆ และไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเท่าใด ร่างกายเธอก็ยังคงเป็นเด็ก 10 ขวบ ไม่เปลี่ยนแปลง

แรกเริ่มเดิมที เธอไม่ถูกชะตากับเนกิตั้งแต่แรก เนื่องจากเป็น ลูกชายของ Thousand Master แถมตัวเอวาเจลีนเองก็สร้างความเดือดร้อน เที่ยวไปดูดเลือดชาวบ้าน จนต้องเปิดศึกกับเนกิ และหลังจากที่แพ้เนกิ เธอก็เลยยอมเป็นพวกเดียวกัน และยอมสอนวิชาการต่อสู้ให้เนกิ(แต่ก็อ้างว่าเป็นจอมเวทย์ฝ่ายอธรรมเหมือน เดิม) เธอมีชาช่ามารุ และ ชาช่าซีโร่ เป็นคู่หูคนสนิท

ปัจจุบัน เป็นที่ปรึกษากลุ่มปีกพิสุทธิ์(คลับเนกิมะ) และ เป็นคนฝึกสอนการต่อสู้ให้กับอาซึนะ
นักพากย์:มัตซึโอกะ ยูกิ    ผลโหวตล่าสุด:8,142 (3)

 
# 27 มิยาซากิ โนโดกะ
กลุ่ม:ชมรมสำรวจห้องสมุด,Negi Party ,ปีกพิสุทธิ์
เกิด 10/05/1988 คาแร็กเตอร์ก็เอามาจาก ชิโนบุ จาก เลิฟ ฮินะ อีกเช่นกัน ทั้งหน้าตา และ นิสัย เป็นเด็กขี้อาย ชอบไว้ผมปิดตา ทั้งๆที่หน้าตาออกจะน่ารัก เธอรักการอ่านหนังสือมากจนได้ฉายาว่า "คุณหนูร้านหนังสือ(Honyachan)" (หรือ คุณหนูหนอนหนังสือ ในฉบับพากย์ไทยของDEX) อยู่ชมรมสำรวจห้องสมุดเหมือนกับฮารุนะ และ ยูเอะ หลังจากที่เธอได้รับการช่วยเหลือจากเนกิในตอนแรก
เธอก็ตกหลุมรักเนกิขึ้นมาทันที และในเล่ม 5 เธอก็ทำ ทำพันธะสัญญาเสมือนกับเนกิตอนเกมส์แข่งจูบ และได้ใช้หนังสืออ่านใจ(อาวุธจากการ์ด)ช่วยเนกิและ พรรคพวกได้
นักพากย์:โนโตะ มามิโกะ    ผลโหวตล่าสุด:4,947 (5)

# 28 มุราคามิ นัตซึมิ
เกิด 21/10/1988

สาวชมรมการแสดงที่ไม่ชอบรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง เมื่อเทียบกับ ชิซุรุ และ อายากะ เพื่อนร่วมห้องพัก และ ถูก ชิซุรุโมเมไปอีกว่า เป็นพี่สาวของ อินุงามิ โคทาโร่

ปัจจุบัน เริ่มสนใจหลงใหลในตัวโคทาโร่
นักพากย์:ไอซาว่า ไม    ผลโหวตล่าสุด: 511 (23)
# 29 ยูกิฮิโระ อายากะ(หัวหน้าห้อง)
เกิด 05/07/1988

หัวหน้าห้อง2-A เป็นลูกสาวของนักธุรกิจร่ำรวย ร่ำรวยมากขนาดบ้านใหญ่ยังกะวัง และ เหมารีสอร์ตทั้งเกาะเลย เป็นคนที่เพอร์เฟค ทั้งรูปร่างหน้าตา และ การเรียน อยู่ชมรมขี่ม้าและจัดดอกไม้ แถมเป็นไม้เบื่อไม้เมากับอาซึนะมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว
และเธอก็เกือบจะมีน้องชาย แต่น้องชายของเธอดันตายตอนคลอด เธอจึงเสียใจมาก
จึงไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเธอจึงหลงรักเนกิอย่างหัวปักหัวปำเช่นนี้ และน่าจะเป็นคนเดียวในเรื่องที่สามารถสื่อสารกับสาวเงียบอย่างซาซี่ได้อย่าง เข้าใจ(!?)
นักพากย์:มินางาว่า จุนโกะ    ผลโหวตล่าสุด:1,152 (18)
# 30 โยทซึบะ ซัทซึกิ
เกิด 12/05/1988

สาวอ้วนคนเดียวในชั้น เป็นเพื่อนสนิทของ เจ้า กับ ซาโตมิ
มีฝีมือในการทำอาหารที่เก่งกาจมาก และ เอาซาลาเปามาขายเพื่อนเป็นประจำ
ถ้าสังเกตุกันดีๆ เวลาเธอพูด ตัวอักษรมักจะอยู่นอกกรอบ ประมาณว่าพูดเบามาก
นักพากย์:อิโนอุเอะ นาโอมิ    ผลโหวตล่าสุด:191 (28)
# 31 ซาซี่ เรนนี่เดย์
เกิด 17/03/1989

เป็นตัวละครที่น่าจะเรียกว่าลึกลับที่สุดแล้วสำหรับเธอคนนี้
เพราะเธอแทบไม่ค่อยโผล่หน้ามาเลย แถมเงียบอีกตะหาก แต่เธอมีความสามารถทางกายกรรม และ มักมีนกมาเกาะคู่เธอด้วย


นักพากย์:อิโนะคุจิ ยูกะ    ผลโหวตล่าสุด:639 (22)

หมายเหตุ    ผล โหวตล่าสุดนั้น เป็นคะแนนความนิยมของนักอ่านชาวญี่ปุ่นที่มีต่อบรรดาตัวละครสาวๆ ชั้น2-A(ปัจจุบัน 3-A) โดยสำรวจเป็นครั้งที่7 ซึ่งได้ประกาศผลลงใน shonen magazine ฉบับที่ 19/2008 โดยตัวเลขในวงเล็บนั้น เป็นอันดับคะแนนของพวกเธอเหล่านั้น


ตัวละครอื่นๆ

ปีกสีชาด

นากิ สปริงฟิลด์ (Thousand Master) จอม เวทย์ผู้เก่งกาจในตำนาน และเป็นพ่อของเนกิ และ เนคาเนะ และ เขามักใช้การต่อสู้สไตล์ นักดาบเวทย์ นากิ ร่วมต่อสู้ในสงครามเวทมนตร์เมื่อยี่สิบปีก่อ ในขณะที่เขาอายุเพียง 15 ปี น ร่วมกับสหายอย่าง เอจุน และ ทาคาฮาตะ หลังจากสงครามเขาก็มีชื่อเสียงจากวีรกรรมที่สร้างและได้รับฉายานี้ แต่เขาก็หายตัวไปอย่างลึกลับในปี 1993 และก็ลือกันต่างๆนานา ว่า เสียชีวิตแล้ว เนกิ ซึ่งเทิดทูนในวีรกรรมของนากิเป็นอย่างมาก และ ก็เชื่อว่า นากิยังมีชีวิตอยู่ ก็เลยพยายามทำตัวเองให้ตกอยู่ในอันตราย เพื่อให้นากิเข้ามาช่วยเหลือ จนถึงเหตุการณ์ที่กองทัพปีศาจมารุกรานหมู่บ้านที่เนกิอยู่ นากิก็มาช่วยเหลือเอาไว้ทัน แถมให้ไม้เท้าแก่เนกิเป็นที่ระลึกด้วย ซึ่ง เนกิ (รวมถึงเอวาเจลีน)ยังหวังที่จะได้พบกับนากิอีกครั้ง

ในอดีต นากิ และ สหายของเขาอย่าง อิมม่า,เอจุน และ ราชัน ในการทำภารกิจ เป็นหน่วยกล้าตายปกป้องดินแดนอากิเร่ ซึ่งนากิ นั้นก็มีชื่อเสียงจนได้ฉายาว่า ปีศาจผมแดงแห่งพันธมิตร หรือ ชายผู้มีมนตรานับพัน (ชื่อหลังเป็นฉายาที่สหายของนากิเรียก ) ในขณะนั้น แต่ทว่าพวกเขากลับตกหลุมพรางที่เฟทวางเอาไว้ ทำให้ถูกตราหน้าเป็นอาชญากรค่าตัวสูง จนกระทั่งเขาได้มาพบกับ อาริกะ และทำหน้าที่คอยอารักขาเธอ


ทากาฮาตะ ที ทาคามิจิ คุณครูประจำชั้นคนเก่าของอาซึนะ ซึ่งอาซึนะหลงรักทาคาฮาตะมาก แต่แท้จริงแล้ว เขานั้นเป็นจอมเวทย์ และเป็น 1 ใน สหายศึกของ Thousand Master หรือ นากิ สปริงฟิลด์ ถึงจะเป็นสหายรบของนากิก็จริง แต่ทาคาฮาตะนั้น กลับเป็นคนที่ไม่มีพลังเวทย์มาตั้งแต่เกิดเลย ต้องอาศัยการฝึกฝนเอา และเขานั่นแหละ ที่เป็นคนให้ริบบิ้นกระดิ่ง เป็นของขวัญให้กับอาซึนะ และอาซึนะก็ยังคงใช้มันอยู่

โคโนเอะ เอจุน เป็นหัวหน้าสมาพันธ์จอมเวทย์แห่งคันไซ และมีศักดิ์เป็นพ่อของโคโนกะ ในอดีตนั้นเป็น1ในสหายรบของนากิอีกคน เป็นคนใจดีและสุภาพ อ่อนโยน เอจุนรู้เรื่องพลังมหาศาลที่แฝงตัวอยู่ในตัวของโคโนกะ เขาเกรงว่าซักวันหนึ่งจะถูกคนชั่วนำพลังของโคโนกะไปใช้ ก็เลยปกปิดเรื่องนี้ไม่ให้ลูกสาวรู้ และ ปล่อยให้โคโนกะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา และมอบหมายให้เซ็ตซึนะ คอยดูแลโคโนกะโดยไม่ห่าง

คูเนล แซนเดอร์ส (คูเนล ซันดาส) หรือชื่อจริงๆคือ อัลบิเรโอ้ อิมม่า บุรุษลึกลับที่คลุมผ้าปกปิดตัวเองตลอดเวลา โดยแท้จริงนั้น เขาเป็นสหายร่วมรบของนากิอีกคน และมีความแข็งแกร่งมากที่สุดอีกคนหนึ่งในเรื่อง เป็น 1ในผู้เข้าแข่งขันงานประลองมาโฮระ โดยจุดประสงค์ที่เขามาร่วมการประลองนั้น ต้องการทำตามสัญญาที่นากิเคยฝากเอาไว้ให้เป็นจริง


กาโต้ คางุระ ฟานเด็นเบิร์ก 1 ในสหายของนากิอีกคน และเป็นคนสอนวิชาเวทย์ให้กับ ทาคาฮาตะ และก่อนตายเขาก็เป็นคนขอร้องให้ ทาคาฮาตะ ช่วยลบความทรงจำเกี่ยวกับเรื่องเวทมนตร์ของอาซึนะ ในวัยเด็กด้วย และการตายของกาโต้นั้น ทำให้ อาซึนะเสียใจเป็นอย่างมาก


แจ็ค รากัน สหายศึกคนหนึ่งของ Thousand Master เป็นคนตัวใหญ่มีความสามารถใช้ดาบสูง เป็นชายผู้มีศาสตรานับพัน ต่อสู้กับนากิได้อย่างสูสีคือ ชนะ 499 ครั้ง แพ้ 498 ครั้ง มีนิสัยบ้าๆบอๆ ลามก แถมชอบอมพะงำ มักขู่ขอตังค์เพิ่ม ถ้าหากใครอยากรู้อะไรเพิ่มเติม เขาเป็นครูสอนวิชาการต่อสู้ของเนกิ ในโลกเวทมนตร์ อีกทั้งเขานั้นได้ทำพันธะสัญญาเสมือนกับนากิอีกด้วย

เวลส์
อาเนีย หรือชื่อจริงๆคือ แอนนา โคโคโรว่า เพื่อนสมัยเด็กของเนกิ โดยเธอแก่กว่าเนกิ 1 ปี และถูกส่งส่งไปเป็นหมอดูที่ลอนดอน เธอไม่ค่อยมีบทเด่นมากนัก แต่ก็ปรากฏตัวอีกทีในเล่ม 20 โดยเธอมาตามหาเนกิถึงญี่ปุ่น เพื่อพยายามพาเนกิกลับบ้านโดยเร็ว แต่ก็ไม่สำเร็จ เธอไม่ชอบผู้หญิงอกตู้มเป็นที่สุด จึงทำให้เธอนั้นสนิทสนมกับ ยูเอะ โนโดกะ มาก (เพราะอกแบนราบเหมือนกัน) และเธอนั้นก็มีคุณแม่ ซึ่งถูกสาปกลายเป็นหิน จากเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อน

เนคาเนะ สปริงฟิลด์ พี่สาวสุด เพอร์เฟคของเนกิ มีหน้าตาคล้ายกับอาซึนะตอนปล่อยผม ซึ่งตัวเนกิเองนั้น รักพี่สาวของเขาเป็นอย่างมาก เนคาเนะก็เช่นกัน เธอห่วงใยน้องชายคนนี้เหลือเกิน และในเหตุการณ์เมื่อ 6 ปีก่อน เนคาเนะก็เกือบจะกลายเป็นหิน เมื่อเธอได้ปกป้องเนกิซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตราย แต่เธอก็รอดชีวิตได้จากการที่นากิมาช่วยเหลือได้ทัน


มิตรสหายเนกิ

อัลเบิร์ต คาโมมิล (คาโม) เป็นตัวเฟอร์เรต (โอโคโช) ที่พูดได้ มีนิสัยลามก เจ้าเล่ห์ ชอบฉกชุดชั้นในสตรีมาเป็นที่นอน(แถมอ้างว่า นอนบนชุดชั้นในนั้นมันอบอุ่นกว่า) คาโมรู้จักกับเนกิในคราวที่เนกิเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อสมัยที่เนกิยังเล็กๆ คาโมซาบซึ้งในพระคุณ ก็เลยตามหาเนกิจนเจอและอาสาจะช่วยเหลือเนกิ แต่ทว่าตัวคาโมเองนั้นก็ถูกตามจับข้อหาขโมยชุดชั้นในสตรีอีกด้วย และตัวคาโมนั้นก็เป็นนักวางแผน และ มักสร้างความวุ่นวายให้กับเนกิและอาซึนะอยู่บ่อยครั้ง

อินุงามิ โคทาโร่ ตัวละครที่ปรากฏตัวในช่วง เหตุการณ์ทัศนศึกษาที่เกียวโตเช่นกัน เป็นลูกครึ่งมนุษย์และหมาป่าอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเนกิ มีความสามารถในการแยกร่าง เรียกภูติสุนัข รวมถึง แปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าในร่างอันสุดแกร่ง เป็นคนที่ใจร้อน รักการต่อสู้ และ ไม่ชอบใช้กำลังรุนแรงกับผู้หญิง ในเหตุการณ์ที่เกียวโต โคทาโร่ก็ร่วมมือกับจิงุสะ เพื่อหวังจะสู้กับคนที่แข็งแกร่งกว่า และ ก็ได้ต่อสู้กับ เนกิถึง2ครั้ง2ครา แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับเนกิในครั้งแรก ส่วนครั้งที่2ก็แพ้ให้กับคาเอเดะซึ่งมาช่วยเนกิพอดี หลังจากที่จิงุสะหมดอำนาจไป โคทาโร่ก็ถูกคุมขังที่สมาพันธ์มหาเวทย์คันไซ ต่อมาโคทาโร่ก็หนีเพื่อที่จะบอกเนกิเรื่องที่ วิลเฮล์ม โจเซฟ ฟอน เฮอร์แมน จะมารุกรานที่รร.มาโฮระ และ ทั้งเนกิ และ โคทาโร่ ก็ร่วมมือกันปราบ ฟอน เฮอร์แมน จนสำเร็จ และกลายมาเป็นเพื่อนรักกันในที่สุด ปัจจุบัน โคทาโร่ก็เรียนในแผนกชั้นประถม และ พักอยู่ห้องเดียวกับ ชิซุรุ นัตซึมิ และ อายากะ ต่อมาได้รับการฝึกฝนทักษะการต่อสู้จากเอวาเจลีน และ เป็นสมาชิกกลุ่ม"ปีกพิสุทธิ์"อีกคน ร่วมออกผจญภัยการตามหาคุณพ่อของเนกิ


คุณครูและนักเรียนแห่งรร.มาโฮระ

โคโนเอะ โคโนเอม่อน ผู้อำนวยการโรงเรียนมาโฮระ และมีศักดิ์เป็นคุณปู่ของโคโนกะ เขาก็ยังเป็นประธานแห่งสมาพันธ์มหาเวทย์ในเขตคันโตอีกด้วย เป็นคนใจดีและเคร่งครัด แถมชอบจัดพิธีดูตัวให้กับ โคโนกะ หลานสาวที่รัก แถมยัง เชียร์ให้เนกิลงเอยกับโคโนกะอีกด้วย และในช่วงงานเทศกาลนั้น เขาก็สั่งให้จอมเวทย์ในโรงเรียนจัดทีมลาดตระเวนเพื่อป้องกันไม่ให้มีใครมา สารภาพรักหน้าต้นไม้โลก

มินาโมโตะ ชิซึนะ เป็นอาจารย์แนะแนว และ คอยดูแลการทำงานเป็นครูประจำชั้นของเนกิ และ รายงานต่อท่านผอ.บ่อยๆ มีบทบาทอย่างมากใน 2 เล่มแรก

อ.นิตตะ 1 ใน อาจารย์ ตัวประกอบอีกหนึ่งราย เป็นอาจารย์ที่มีนิสัยเข้มงวด เจ้าระเบียบสุดๆ และเขายังเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจกรรมนอกโรงเรียนมาโฮระอีกด้วย


อ.เซรุฮิโกะ เป็นอาจารย์คนหนึ่งในโรงเรียนมาโฮระ ไม่มีบทมากนัก รู้แค่ว่า เป็น1ในจอมเวทย์ที่แฝงตัวในโรงเรียน

คุซึฮะ โทโกะ อาจารย์จอมเวทย์สาวสวย และ เป็นนักดาบชินเมริวเช่นเดียวกับเซ็ตซึนะ เธอถือเป็นครูดาบอีกคนหนึ่งของเซ็ตซึนะ เป็นคนฉลาด นิ่ง สุขุม แต่ก็เป็นคนขี้โมโหง่าย และดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยพอใจเรื่อง "ความแก่"ของเธอ ซักเท่าไหร่ สถานภาพปัจจุบัน โสด


คาทารากิ อ.จอมเวทย์ชุดดำสายตะวันตก ถนัดการยิงเวทย์แบบไม่ร่ายมนต์

อ.อาคาชิ อ.จอมเวทย์ผู้ซึ่งมีส่วนร่วมในการหยุดยั้งแผนการของเจ้า ช่วงงานโรงเรียน อีกทั้งเขายังเป็นคุณพ่อแท้ๆของยูนะอีกด้วย โดยที่เขานั้นเก็บซ่อนความลับการเป็นจอมเวทย์ไม่ให้ลูกสาวตัวเองรู้

ทาคาเนะ ดี กู๊ดแมน เป็น1ในจอมเวทย์ที่แฝงตัวในโรงเรียน มีบทบาทในช่วงงานเทศกาลมาโฮระ เธอถนัดใช้เวทย์ควบคุมเงา และ เป็น 1 ในตัวละครที่มีชะตากรรมในการโดนเปลื้องผ้า(โดยไม่ตั้งใจ)บ่อย เป็นคนนิสัยselfสุดๆชนิดที่ไม่ยอมฟังใคร แถมติ๊งต๊องสุดๆในคราวเดียวกัน


เนกิใช้ยาเพิ่มอายุเพื่อช่วยซ้อมออกเดทให้กับอาซึนะ

ซากุระ เมย์ ว่ากันว่ารูปร่าง หน้าตาของตัวละครตัวนี้ เอามาจาก นารุเซะงาวะ เมย์ ซึ่งเป็นน้องสาวของนารุ จาก Love Hina เป็น เป็นจอมเวทย์และนักเรียนแลกเปลี่ยนจากโรงเรียนเวทมนตร์แห่งหนึ่งในสหรัฐ อเมริกา เธอเป็นรุ่นน้องคนสนิทของทาคาเนะ และมีอาร์ติแฟกต์คือไม้กวาด

ซิสเตอร์ แช็คตี้ เป็นจอมเวทย์ในชุดแม่ชีเหมือนกับมิโซระ เธอเป็นผู้ใหญ่และมีนิสัยค่อนข้างเข้มงวด โดยเฉพาะกับ ลูกศิษย์จอมอู้ อย่าง มิโซระ

โคโคเน่ เป็นจอมเวทย์ในชุดแม่ชีเช่นเดียวกับมิโซระ เธอเป็นคนรูปร่างเล็กและพูดน้อยมาก และเป็นคู่หูคนสนิทของมิโซระ


นัตซึเมรุ เป็นนักเรียนจอมเวทย์ อยู่กลุ่มเดียวกับ ซากุระ เมย์ และ ทาคาเนะ

เฟท ปาร์ตี้
เฟท อาเวอรังคัส (เฟท อาเวลลังส์) เป็นเด็กหนุ่มผมขาว เขาเป็นจอมเวทย์สไตล์ตะวันตก มาจากสมาคมเวทมนตร์แห่งอิสตันบุลเขาร่วมมือกับจิงุสะ ในแผนลักพาตัวโคโนกะ โดยเฟทนั้นก็สามารถบุกเข้ามายังสมาพันธ์มหาเวทย์คันไซ และสาปให้ทุกคนเป็นหิน รวมถึง โนโดกะ ฮารุนะ คาซึมิ และ เอจุน ก็พลอยโดนคำสาปไปด้วย จากการที่ได้ต่อสู้กับเอวาเจลีน ก็เหมือนกับเป็นการบ่งบอกว่า ชื่อของเด็กหนุ่มผมขาวผู้นี้อาจไม่ใช่ชื่อจริงๆ แถมยังไม่น่าจะใช้ร่างมนุษย์ แต่น่าจะเป็นหุ่นเชิดมากกว่า และเฟทผู้นี้ได้ปรากฏตัวอีกครั้งในเนื้อเรื่องภาคโลกเวทมนตร์ และกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตของพวกเนกิประจำภาคนี้อีกด้วย

ซึ่งข้อมูลจากหนังสืออ่านใจของโนโดกะ พบว่า เฟทมีชื่อจริงๆคร่าวๆ คือ Tertium และในตอนอดีตของนากินั้น เฟตเคยปรากฏตัว ในสภาพที่เป็นผู้ใหญ่


ชิโรเบะ หรือ บริจิต เอลฟ์สาวผมยาวตาตี่หูยาว มีไวโอลินเป็นอาวุธประจำตัว ใช้เวทมนตร์เสียงในการโจมตีเป็นหลัก


โคโยมิ กับ ทามากิ สองสาวคู่หู ซึ่ง โคโยมิ (คนผมสั้นหูแมว) มีอาร์ติแฟ็คคือ "ห้วงเวลายืดเยื้อ" (โฮราเรีย บอลติกคุส) ใช้เวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเวลาเป็นหลัก ส่วนทามากิ (คนผมยาวสีอ่อน หูกาง) มีอาร์ติแฟ็คคือ "อ้อมกอดไร้ขีดจำกัด"(Encompadentia Infinitia) จะใช้เวทมนตร์ที่ควบคุมมิติ ระยะทางเป็นหลัก และอาติแฟ็คของสองคนนี้ จะช่วยกันสร้างขอบเขตมิติพิศวง กักขังคู่ต่อสู้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด (แต่ก็ถูกรากันทำลายออกไปได้)

ชิโอริ สาวผมสั้น มีอาร์ติแฟ็ค "สูบลอกชีพ"(ซิกนั่ม บิเนเกนส์) คือ เมื่อจูบปากใครก็ตาม จะสามารถลอกเลียนแบบเป็นคนๆนั้น ได้เหมือนทุกกระเบียดนิ้ว ยากแก่การจับผิดได้ ทั้งรูปร่าง อุปนิสัย ท่าทาง ความทรงจำ ความถนัด และ เธอใช้ความสามารถนี้ในการปลอมตัวเป็นอาซึนะ ชนิดที่ เนกิปาร์ตี้คนอื่นๆไม่สงสัยเลย

โฮมุระ สาวน้อยทวินเทล ตาขวาง ไม่น่าคบ พูดจาโผงผางผู้นี้ มีความสามารถในการใช้เวทไฟ โดยเรียกไฟออกมาจากหางผมทวินเทลของเธอ

ตัวละครอื่นๆในโลกเวทมนตร์

อาริกะ หรือ Arika Anarchia Entheofushia องค์หญิงแห่งออสเทีย และยังเป็นทูตสันติภาพ สร้างความสมานฉันท์ระหว่างจักรวรรดิเฮราส กับ พันธมิตรเมเซมบริน่า ภายหลังมีการเปิดเผยว่า เธอคือแม่แท้ๆของเนกิ

โคเร็ต ฟรายดอน เด็กสาวนักเรียนแห่งวิทยาลัยนายร้อยหน่วยอัศวินเวทมนตร์ ผู้ดูแลยูเอะที่พลัดหลงมายัง อาเรียโดเน่ นครแห่งสรรพปัญญามหาเวท ซึ่งเธอผู้นี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ยูเอะสูญเสียความทรงจำ ต่อมา ยูเอะก็เข้าเรียนที่วิทยาลัยนายร้อยตามโคเรต โดยใช้ชื่อชั่วคราว ยูเอะ ฟรายดอน

เอมิลี่ เซเวนซีพ เด็กสาวนักเรียนแห่งวิทยาลัยนายร้อยหน่วยอัศวินเวทมนตร์ เป็น หัวหน้าห้องของ 3-C ที่ยูเอะกับโคเร็ตเรียนอยู่ มีนิสัยคล้ายๆกับหัวหน้าห้องอายากะ แห่ง 3-A รร.มาโฮระ ต่างกันตรงที่เธอหลงรักนากิ และ มี โคเร็ต เป็นคู่ปรับ

แบทริก มอนโล เลขาห้องของ 3-C และเป็นผู้ช่วยของเอมิลี่ เธอทั้งสองได้ไปเป็นอัศวินออสเทีย เช่นเดียวกับ ยูเอะ และ โคเร็ต

เธโอโดร่า องค์หญิงรัชทายาทลำดับ 3 แห่งจักรวรรดิเฮราส หนึ่งในขั้วอำนาจใหญ่ในมหาสงครามเวทมนตร์ มีเนกิเป็นคู่พันธะสัญญาเสมือนกับเธอ

รีคาท สมาชิกสภาสูงแห่งเมกาโรเซ็มเบรีย เป็นครูฝึกเนกิ ก่อนการประลองกับรากัน

เซร่า ผอ.แห่งโรงเรียนนายร้อยอัศวินอาเรียโดเน่ ในอดีตเคยมีส่วนร่วมในมหาสงครามเวทมนตร์ เป็นครูฝึกเนกิ ก่อนการประลองกับรากัน

โทซากะ ชายผู้จับอาโกะไปเป็นทาส ไม่ถูกกับเนกิ(ร่างนากิ)อย่างแรง แต่จริงๆแอบชอบอาโกะอย่างเงียบๆ

อื่นๆ

อามางาซากิ จิงุสะ เป็นตัวละครที่มีบทบาทมากในช่วงเหตุการณ์ทัศนศึกษาที่เกียวโต โดยเธอนั้น เป็นจอมเวทย์ฝั่งตะวันออกซึ่งมีความแค้นต่อจอมเวทย์ฝั่งตะวันตก ที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอในคราวสงครามเวทมนตร์เมื่อ 20 ปีก่อน และ มีความคิดที่จะลักพาตัวโคโนกะไป ซึ่งจุดประสงค์หลักๆก็คือ เพื่อใช้พลังเวทมนตร์อันมหาศาลที่แฝงอยู่ในตัวของเธอ ปลดผนึกปีศาจยักษ์ชื่อ "เรียวเม็น ซึคุนะ โนะ คามิ" มาทำลายเหล่าจอมเวทย์ฝ่ายตะวันตกให้สิ้นซาก และในที่สุดก็พ่ายแพ้ให้กับเวทมนตร์ของเอวาเจลีนไปอย่างหมดรูป (โดยชื่อ อามางาซากิ จิงุสะนั้น ก็เอามาจากชื่อจริงของ 1 ใน สตาฟ ของ เคน อาคามัตซึ)

ซึคุโยมิ เป็นตัวละครที่ปรากฏตัวในช่วง เหตุการณ์ทัศนศึกษาที่เกียวโต เธอเป็นลูกน้องคนสนิทของจิงุสะ เป็นนักดาบสำนักชินเมริว เช่นเดียวกับเซ็ตซึนะ เธอนับถือในความแข็งแกร่งของเซ็ตซึนะมาก จึงต้องการต่อสู้เพื่อเอาชนะให้ได้ ต่อมากลายเป็นสมุนคนนึงของเฟต ในภาคโลกเวทมนตร์


ชาช่าซีโร่ เป็นตุ๊กตาหุ่นกระบอกที่เป็นคู่หูของเอวาเจลีนมานานหลายปี ขับเคลื่อนด้วยพลังเวทมนตร์ของเอวา เนื่องจากคำสาปจำกัดการใช้พลังเวทมนตร์ของเอวามาก ชาชาซีโร่จึงได้แต่พูด เคลื่อนไหวไม่ได้ ชาช่าซีโร่ต่อสู้ด้วยมีดสั้นสองเล่ม หรือในบางครั้งด้วยดาบที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเธอเอง ส่วนนิสัยนั้นก็แทบจะถอดมาจากเจ้านายตัวเองแทบทุกกระเบียดนิ้ว

วิลเฮล์ม โจเซฟ ฟอน เฮอร์แมน ปรากฏตัวในเล่ม8 เป็น1ในปีศาจที่มากับเหล่ากองทัพปีศาจที่มารุกรานหมู่บ้านของเนกิที่แคว้น เวลส์ เมื่อ 6 ปีก่อน เขาถูกส่งตัวมาเพื่อ หยั่งว่าเนกิและอาซึนะเป็นอันตรายต่อองค์กรนั้นมากเพียงใด และ เพื่อทำให้เนกิไม่สามารถต่อสู้ได้ชั่วคราว โดยเขานั้น เป็นปีศาจที่แฝงร่างเป็นขุนนางชั้นบารอนในประเทศเยอรมนี โดยในร่างมนุษย์นั้นเขาสามารถใช้เวทย์ได้โดยไม่ต้องร่าย ในร่างปีศาจสามารถปล่อยลำแสงพลังสูงออกจากปาก ซึ่งมีพลังมากพอที่จะทำให้คนกลายเป็นหินได้

โดเน็ต แม๊คกีเนส สาวชาวอังกฤษ เป็นคนรู้จักของอ.อาคาชิ พ่อของยูนะ และเป็นเพื่อนสนิทของแม่ของยูนะ เธอเป็นคนบอกข้อมูลแก่อ.อาคาชิว่า แผนการของเจ้า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ เฟท อาเวลลังคัส แต่อย่างใด ซึ่งทีแรก ยูนะ เข้าใจผิด คิดว่า เธอเป็นว่าที่ภรรยาใหม่ของคุณพ่อของยูนะ ในเล่ม 20 เธอเป็นคนนำทางพาพวกเนกิไปยังโลกเวทมนตร์

http://www.mangarush.com/files/mangas/negima-magister-negi-magi/1/1.jpg

ที่มา
th.wikipedia.org
kartoon-discovery.com

Read More »