--Advertisement--

ตัวละครหลักในการ์ตูน Bleach บลีช เทพมรณะ

คาแร็กเตอร์ในการ์ตูน Bleach บลีช เทพมรณะ

มนุษย์
ในเรื่อง บลีช เทพมรณะ เหล่ามนุษย์ในเรื่องจะดำเนินในสังคมของประเทศญี่ปุ่น มนุษย์ในที่นี้ก็จะเหมือนกับในโลกของความเป็นจริง โดย ทุกคนจะอาศัยกายหยาบเพื่อการมีชีวิตอยู่ วิญญาณกับกายหยาบจะเชื่อมต่อกันด้วย "โซ่แห่งผลกรรม" ที่จะติดอยู่ที่ส่วนอกของวิญญาณกับกายหยาบ และถ้ามีมนุษย์คนใดได้รับผลกระทบจากการกระทำของวิญญาณ ก็อาจจะไปกระตุ้นพลังวิญญาณในตัวของเขาจนสามารถมองเห็นวิญญาณได้ หรืออาจจะมีพลังพิเศษจากพลังวิญญาณได้เช่นกัน

วิญญาณ
เมื่อมนุษย์ตาย วิญญาณของจะไม่ไปยังโซลโซไซตี้หรือนรกในทันที วิญญาณเหล่านี้เรียกว่า "พลัส (Plus)" เป็นวิญญาณของคนส่วนใหญ่ซึ่งปรากฏให้เห็นเป็นร่างมนุษย์ โดยโซ่แห่งผลกรรมที่หน้าอกจะขาดออกจากกายหยาบแล้วซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง ความตายของคนๆนั้น และตราบใดที่ยังไม่มียมทูตมาชี้นำที่ไปให้ยังที่ๆควรไป พวกเขาก็จะวนเวียนไปเรื่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่เหล่าวิญญาณจะวนเวียนอยู่ในสถานที่ซึ่งตนเองตายหรือคุ้นเคย และวิญญาณเหล่านี้จะมีตัวตนอยู่ในระดับหนึ่งซึ่งในบางครั้งสามารถสัมผัสได้

ฮอลโลว์
ฮอลโลว์ คือวิญญาณที่โซ่กรรมขาดทำให้เกิดการกัดกินจน หน้าอกเป็นรู ในที่สุดก็จะกลายร่างเป็นอสูรกาย ฮอลโลว์ทุกตนจะมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป แต่ทุกตัวจะสวมหน้ากากไว้เพื่อปิดบังใบหน้าของตนและหน้ากากจะป้องกันสันดาน ดิบหรือนิสัยเก่าก่อนที่จะเป็นฮอลโลว์ เหล่าฮอลโลว์จะกินวิญญาณธรรมดาและวิญญาณของคนที่มีพลังวิญญาณสูง ซึ่งทำได้แม้แต่การกำจัดคนเพื่อเอาวิญญาณมาดับความหิวกระหาย ไม่ก็ดับความทรมาณของตนเอง โดยเหล่าฮอลโลว์แม้คนธรรมดาจะมองไม่เห็น แต่ก็มีตัวตนสัมผัสได้ ฮอลโลว์ที่มีแรงดันวิญญาณสูงจะถูกเรียกว่า "เมนอส" ซึ่งในหมู่เมนอสเองแล้ว ก็สามารถแบ่งได้อีก 3 ประเภทเช่นกัน คือ

    - กิลเลียน เมนอสที่พวกอิจิโกะเรียกกันว่า "เมนอสกรังเด้" นั้นแท้จริงแล้วคือพวก "กิลเลียน" เป็นเมนอสชั้นต่ำที่สุด ร่างใหญ่ เคลื่อนไหวช้า มีปัญญาราวกับสัตว์ป่าเท่านั้น
    - แอดจูคาส เมนอสที่มีขนาดเล็กกว่ากิลเลียน มักเป็นผู้นำฝูงของกิลเลียน และมีขนาดเล็กกว่า ฉลาดกว่า
    - วาสโทรเด้ เมนอสชั้นสูงสุด มีขนาดเท่ากับมนุษย์ มีจำนวนน้อย รวมทั้งหมดในฮูเอโก้ มุนเด้ มีอยู่ไม่กี่ตนเท่านั้น ว่ากันว่า ความสามารถของวาสโทรเด้นั้นมีมากกว่าหัวหน้าหน่วยของหน่วยของยมทูตเสียอีก และฮิตสึกายะ โทชิโร่เคยพูดไว้ว่าถ้ามีวาสโทรเด้ อยู่กับไอเซ็นตั้งแต่10ตนขึ้นไปโซลโซไซตี้อวสานแน่

ยมทูต

ยมทูต (ญี่ปุ่น: 死神 Shinigami ; Death's God ?) เป็นผู้ปกครองโซลโซไซตี้ ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณวิญญาณที่ถ่ายเทระหว่างโลกมนุษย์กับโซลโซไซตี้ นอกจากนี้ยังมีภารกิจสำคัญอีกสองประการ คือ การทำพิธีส่งอัดไปยังโซลโซไซตี้ และการชำระฮอลว์โล ตัวชินิกามิเองนั้นเป็นวิญญาณ ด้วยเหตุนี้คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็น ได้ยิน หากแต่สัมผัสชินิกามิได้ในบางครั้ง ชินิกามิทุกตนมีร่างเป็นมนุษย์ สวมชุด[[เครื่องแบบเครื่องและมีอาวุธประจำกายเรียกว่า ซัมปาคุโต (斬魄刀 "ดาบฟันวิญญาณ"(ภาษาอังกฤษเรียก "Soul Slayer / Soul Cutter") สำหรับใช้ต่อสู้กับเฮลโลนอกจากนี้ชินิกามิยังสามารถใช้คิโด (มนต์ดำ, Demon Art (หรือ "วิถีมาร") ในการต่อสู้ได้อีกด้วย และสำหรับระดับหัวหน้าแล้วยังมีการปลดปล่อยสวัดดิกะ:卍解) โดยการเรียกชื่อดาบของตนซึ่งมียมทูตจำนวนไม่มากนักที่สามารถทำได้

ควีนซี่
ควีนซี่ (Quincy) คือ ตระกูลนักปราบมารที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก คอยฝึกฝนตัวเองเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถต่อสู้กับฮอลโลว์ได้ และ สูญสิ้นไปกว่า 200 ปีมาแล้วจากการกวาดล้างของยมทูต เนื่องจากเจตนาของควินชี่ในการกำจัดฮอลโลว์ที่ต่างกันกับเหล่ายมทูต เพราะว่า ควินชี่มุ่งที่จะสังหารฮอลโลว์เท่านั้นไม่เหมือนกับยมทูตที่ส่งวิญญาณ ฮอลโลว์ไปสู่โซลโซไซตี้ ควินซี่จะไม่ใช้อาวุธอื่นใดนอกจากธนู

ไวเซิร์ด (กองทัพหน้ากาก)
ไวเซิร์ด (Vizard) เป็นอดีตยมทูตขั้นหัวหน้าหน่วยและรองหัวหน้าหน่วยรุ่นแรกๆ ที่ถูก ไอเซ็น ใช้วิชาต้องห้ามทดลอง ให้ยมทูตกลายเป็นฮอลโลว์การทดลองดูเหมือนจะล้มเหลวแต่สามารถได้ผลตามที่ ไอเซ็นต้องการ เป็นสาเหตุที่ทำให้อุราฮาระ โดนเข้าใจผิดและจึงถูกเนรเทศออกจากโซลโซไซตี้มาอยู่ที่โลกมนุษย์ ซึ่งอุราฮาระได้ใช้โคเงียคุ ในการรักษาไวซาร์ดให้คงสติไว้ได้นั่นเอง ด้วยเหตุผลที่กล่าวมากลุ่มไวซาร์ดจึงมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการต่อสู้ ขั้นสูง และจะมีพลังมากขึ้นอีกเมื่อสวมหน้ากากฮอลโลว์ และนอกจากนี้ยังรู้เรื่องราวความเป็นมาของเหตุการณ์ต่างๆในโซลโซไซตี้และฮู เอโก้ มุนโด้เป็นอย่างดี ซึ่งในโลกมนุษย์ทีปรากฏอยู่รวม 8 คนด้วยกัน 1. ฮิราโกะ ชินจิ (อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 5) 2. ซารุงากิ ฮิโยริ (อดีตรองฯหน่วยที่ 12) 3. มุกุรุม่า เค็นเซย์ (อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 9) 4. คุนะ มาชิโระ (อดีตรองฯหน่วยที่ 9) 5. ยาโดมารุ ริสะ (อดีตรองฯหน่วยที่ 8) 6. ไอคาว่า เลิฟ (อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 7) 7. โอโทโรบาชิ โรจูโร่ (อดีตหัวหน้าหน่วยที่ 3) 8. อุโชดะ ฮาจิเง็น (อดีตรองฯหน่วยวิถีมาร)
-----------------------------------------------
ตัวละครหลัก

คุโรซากิ อิจิโกะ
    (ญี่ปุ่น: 黒崎 一護 Kurosaki Ichigo ?)
    ตัวละครเอกของเรื่อง นักเรียนมัธยมปลายที่มีความสามารถมองเห็นและสื่อสารกับวิญญาณได้และเป็นคนที่มีพลังวิญญาณมหาศาล (แต่ควบคุมไม่เป็น) เกิดวันที่ 15 กรกฎาคม อายุ 15 ส่วนสูง 174 ของโปรดคือ ไข่ปลาเผ็ด,ช็อกโกแล็ต ได้รับถ่ายทอดพลังของยมทูต (ชินิกามิ) จากคุจิกิ ลูเคีย จึงต้องทำหน้าที่เป็นยมทูต (ชินิกามิ) แทนจนกว่าลูเคียจะได้พลังของตนกลับคืนมาและได้สู้กับคุจิกิ เบียคุยะจนสูญเสียพลังยมทูตและได้ไปฝึกกับอุรุฮารา 10 วัน จนได้พลังยมทูตกลับคืนมาและได้ดาบฟันวิญญาณใหม่ชื่อซันเงสึ (ผ่าจันทรา) แล้ว ไปช่วยลูเคียและได้ฝึกกับโยรุอิจิจนบังไค (ปลดปล่อยขั้นสวัสดิกะ) ได้และได้ช่วยลูเคียได้สำเร็จ เขาสับสนกับพลังฮอลโลว์ที่อยู่ภายในตัวเอง ทำไมไม่สามารถใช้พลังต่อสู้ได้อย่างเต็มที่และเสียใจที่ไม่สามารถปกป้องคนอื่นๆได้ ภายหลังการต่อสู้กับอารันคาร์แล้วได้ไปฝึกกับเหล่าไวเซิร์ด ทำให้สามารถควบคุมฮอลโลว์ในตัวเองให้สงบลงได้ และยังได้ความสามารถของฮอลโลว์มาอีกด้วย สวัสดิกะของอิจิโกะคือ เท็นสะ ซันเงสึ และท่าที่ชอบใช้บ่อยๆคือ เก็ตสึกะ เท็นโช (ดาบเสี้ยวจันทร์ทะลวงสวรรค์)


คุจิกิ ลูเคีย
    (ญี่ปุ่น: 朽木 ルキア Kuchiki Rukia ?)
    ชิคิกามิ (ยมทูต) จากโซล โซไซตี้ ที่ถูกสถานการณ์บังคับให้ถ่ายทอดพลังของตนให้กับคุโรซากิ อิจิโกะนับจากนั้นเธอก็ใช้ร่างเทียมที่ อุร่าฮาระ ทำขึ้นและย้ายเข้าเข้าโรงเรียนเดียวกับอิจิโกะเพื่อควบคุมให้เขาทำงานของยมทูต (ชินิกามิ) แทนตน ชอบกระต่ายแชปปี้และชอบใส่เสื้อผ้าไม่รัด ในตอนเด็กนั้น เธอเป็นเพื่อนอาบาราอิ เรนจิ รองหัวหน้าหน่วย 6 ของโซลโซไซตี้ แต่ไม่นานก็ถูกตระกูลคุจิกิรับเป็นลูกเลี้ยง มีดาบฟันวิญญาณชื่อ โซเดะโนะ ชิรายูกิ (หิมะขาวในแขนเสื้อ) คำปลดปล่อยดาบคือ "จงร่ายรำ"


ซาโดะ ยาสึโทระ"แช้ด"
    (ญี่ปุ่น: 茶渡 泰虎 Sado Yasutora ?)
    เพื่อนร่วมชั้นและเป็นเพื่อนสนิทของอิจิโกะ มีเชื้อสายอเมริกากลาง มีร่างกายกำยำแข็งแกร่ง (ตัวเหมือนเหล็กก็ว่าได้) แต่ร่างกายของเขามีไว้เพื่อปกป้องคนอื่นเท่านั้น ชอบสวมเสื้อยืดฮาวายและใส่สร้อยคอที่มีจี้เป็นเหรียญเม็กซิกัน โดยแขนขวาของเขานั้นคือแขนที่ใช้เพื่อปกป้อง ซึ่งมีวิญญาณอาบูเอโร่ ซึ่งเป็น คนเลี้ยงดูแช้ดเมื่อตอนเด็ก ๆ นั้นสิงสู่อยู่ ส่วนแขนซ้ายของเขามีพลังดิอาโบล หรือ บราโซ อิสคิเอร์ด้า เดล ดิอาโบล (แขนซ้ายแห่งจอมมาร) เพื่อการโจมตีที่ทำให้เขาโค่นอารันคาร์ได้หลายต่อหลายตัว และเขายังไปที่ โซลโซไซตี้ และฮูเอโก้ มุนโด้ กับอิจิโกะด้วย


อิชิดะ อุริว
    (ญี่ปุ่น: 石田 雨竜 Ishida Uryū ?)
    เพื่อนร่วมห้องของคุโรซากิ อิจิโกะ อยู่ชมรมเย็บเป็น ฝีมือขั้นเทพ เขาเป็นควินซี่ซึ่งคนที่สอนวิชาแก่เขาคือปู่ของเขาเองซึ่งได้ถูกทำให้ตายโดยพวกฮอว์โลว์ เขาเป็น1 ในกลุ่มคนที่ไปช่วยคุจิกิ ลูเคียจากการถูกประหาร ซึ่งทำให้เขาสูญเสียพลังของควินซี่ไปจากการต่อสู่กับคุโรสึจิ มายูริ หัวหน้ายมทูตหน่วย 12 พ่อของเขา อิชิดะ ริวเค็นได้ฟื้นฟูพลังของควินซี่ให้ โดยแลกเปลี่ยนกับข้อตกลงบางอย่าง คือ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับยมทูตอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่อิชิดะก็แอบไป ฮูเอโก้ มุนโด้ กับอิจิโกะและแช้ด และเมื่อไปถึงก็ได้ธนูใหม่ที่ชื่อ งินเรย์ โคจาคุ (เกาทัณฑ์นกกระจอกภูผาเงิน) ซึ่งยิ่งศรได้ 1,200 ดอก ต่อวินาที


อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ
    (ญี่ปุ่น: 井上 織姫 Inoue Orihime ?)
    เป็นเพื่อนร่วมชั้นของอิจิโกะ มีผมสีส้ม เธอแอบชอบอิจิโกะอยู่ เธอมีพี่ชายอยู่ 1 คนแต่ได้เสียชีวิตไปแล้ว พี่ชายของเธอได้กลายเป็นฮอว์โลว์และเข้ามาทำร้ายเธอ แต่เธอก็ได้ถูกช่วยไว้โดยคุโรซากิ อิจิโกะ และคุจิกิ ลูเคีย กิ๊บติดผมที่เป็นของสำคัญของเธอก็ได้มาจากพี่ชายของเธอเอง พลังของเธอคือ 6 บุปผาโล่พิทักษ์ ที่สถิตอยู่ที่กิ๊บติดผมของเธอ โดยมีฮินางิคุ ไบกอน และลิลลี่ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "สามข่ายโล่สวรรค์ ชั้นขอปฏิเสธ") ที่สามารถยับยั้งภายนอกโล่ (สร้างกำแพงป้องกัน) ซึบากิ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "โล่พิฆาตสวรรค์เดี่ยว ชั้นขอปฏิเสธ") มีความสามารถในการ ยับยั้งสองฟากข้างโล่ (ผ่าศัตรูเป็นสองซีก) ชุนโอ (หัวหน้าหกบุปผาโล่พิทักษ์) และอายาเมะ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "โล่คืนสวรรค์คู่ ชั้นขอปฏิเสธ") มีความสามารถคือ ยับยั้งภายในโล่ หรือก็คือ "ปฏิเสธเหตุการณ์" เธอสามารถปฏิเสธเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ไอเซ็นต้องการพลังของเธอ จึงใช้อุลคิโอร่าไปจับตัวเธอมา ปัจจุบันอยู่ในปราสาทของพวกอารันคาร์ในฮูเอโก้ มุนโด้



อาบาราอิ เร็นจิ
    (ญี่ปุ่น: 阿散井 恋次 Abarai Renji ?)
    รองหัวหน้าหน่วยที่ 6 แห่ง 13 หน่วยพิทักษ์ในโซลโซไซตี้ แม้ว่าในตอนแรกจะปรากฏตัวในฐานะศัตรูกันก็ตาม แต่ในที่สุดก็เป็นเพื่อนกับพวกอิจิโกะในที่สุด จึงทำให้ตอนหลังมักจะถูกส่งตัวมาปฏิบัติงานที่โลกมนุษย์พร้อมกับลูเคียเสมอ โดยหัวหน้าหน่วยของเขา คือ คุจิกิ เบียคุยะ โดยเร็นจิมีเป้าหมายที่จะโค่นเบียคุยะให้ได้


อุราฮาร่า คิสึเกะ
    อดีตหัวหน้าหน่วยที่12 มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือพวกอิจิโกะและคอยฝึกวิชาให้ ในตัวเขานั้นยังมีปริศนาอีกมากมาย และตัวเขาเองนั้นน่าจะรู้จักกับอิชิดะ ริวเค็น,คุโรซากิ อิชชินเป็นอย่างดีแน่นอน แล้วตัวเขานั้นได้มาช่วยต่อสู้กับอารันคาร์โดยได้เข้าต่อสู้กับยามี่อาร์รันคาร์ระดับเอสปาด้าอันดับ 10 ก็เกือบเอาชนะได้แต่อุลคิโอร่ามาขวางเอาไว้ซะก่อน

ที่มา th.wikipedia.org

Read More »

เกี่ยวกับ อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ ในการ์ตูน Bleach บลีชเทพมรณะ

อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ (ญี่ปุ่น: 井上織姫 Inoue Orihime 井上織姫 ?) เป็นนางเอกอีกคน (หวังให้เป็นอย่างนั้น) มีเลขที่ประจำชั้น 5 เลขที่ประจำชั้นฝ่ายนักเรียนหญิง 2ของโรงเรียนคาราคุระ ปี 1ห้อง 3

พลังของ อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ

พลังของเธอคือ 6 บุปผาโล่พิทักษ์ ที่สถิตอยู่ที่กิ๊บติดผมของเธอ โดยมี ฮินางิคุ ไบกอน และลิลลี่ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "สามข่ายโล่ห์สวรรค์ ชั้นขอปฏิเสธ") ที่สามารถยับยั้งภายนอกโล่ห์ (สร้างกำแพงป้องกัน)ปัจจุบันยังสามารถสะท้อนพลังโจมตีของคู่ต่อสู้ทุกรูปแบบได้อีกด้วย โดยใช้ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "โล่สี่สวรรค์ ชั้นขอปฏิเสธ")

ซึบากิ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "โล่ห์เดี่ยวผ่าสวรรค์ ชั้นขอปฏิเสธ") มีความสามารถในการ ยับยั้งสองฟากข้างโล่ห์ (ผ่าศัตรูเป็นสองซีก)

ชุนโอ (หัวหน้าหกบุปผาโล่ห์พิทักษ์) และอายาเมะ (ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์คือ "โล่ห์แฝดคืนสวรรค์ ชั้นขอปฏิเสธ") มีความสามารถคือ ยับยั้งภายในโล่ห์ หรือก็คือ "ปฏิเสธเหตุการณ์"ซึ่งเป็นมากกว่าการย้อนเวลา เธอสามารถปฏิเสธเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ โดยผู้ที่อย่ภายในโล่ห์นั้นจะกลับคืนสู่สภาพก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บ ปัจจุบัน เธอ แข็งแกร่งที่สุดในเรื่อง แต่ที่ขาดคือความเข้มแข็ง พลังของเธอสามารถพัตนาได้เรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด


ความรู้เกี่ยวกับ กิ๊ฟ ของ โอริฮิเมะ

Shun Shun Rikka 'Shield of Six Dancing Flowers - 6 โล่บุปผา ภูติแต่ละตนของ โอริฮิเมะนั้นจะมีดอกไม้ประจำตัวของตนเองได้แก่

    ฮินางิคุ - ดอกเบญจมาศ
    ไบกอล - ดอกเหมย
    ลิลลี่ - ดอกลิลลี่
    ชุนโอ - ดอกเชอร์รี่
    ไอยาเมะ - ดอกไอริส
    ซึบากิ - ดอกคาเมลเลีย

บทบาท
ภาคแรก

อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ นักเรียนชั้นมัธยม4 เป็นเพื่อนร่วมห้องของคุโรซากิ อิจิโกะ และเธอยังแอบชอบอิจิโกะอีกด้วย เธอเป็นคนที่มีพลังพิเศษอยู่ในตัวเหนือมนุษย์ธรรมดาแต่ยังไม่ปรากฏจนเมื่อคุจิกิ ลูเคียได้เข้ามาในชีวิตอิจิโกะ เธอซึ่งเป็นเพื่อนอิจิโกะก็ค่อยๆซึมซับและค่อยๆแสดงพลังที่ไม่รู้ว่ามีอยู่ออกมา โดยประสบการณ์แรก พี่ชายของเธอได้กลายเป็นฮอลโลว์มาทำร้ายเธอแต่โชคดีที่อิจิโกะกับลูเคียมาช่วยไว้ทัน ด้วยความสามารถพลังในตัวของเธอถึงแม้ลูเคียจะได้ลบความทรงจำเกี่ยวกับยมทูตแต่ก็ไม่สามารถลบได้ ต่อมาเธอได้รู้ถึงพลังอย่างแจ่มแจ้งก็ตอนที่เธอสามารถพัฒนาการรับรู้ฮอลโลว์ที่เธอเห็นและตรงเข้ามาทำร้าย ทัตสึกิเพื่อนของเธอ โอริฮิเมะได้ใช้พลัง 6 โล่บุปฝาของเธอและถูกอุราฮาระชักชวนเข้าร่วมในฐานะคนมีพลังพิเศษ
ภาคโซลโซไซตี้


หลังจากที่คุจิกิ ลูเคียเพื่อนของเธอได้ถูกจับกุมไปยังเซเรเทย์ โอริฮิเมะได้ไปช่วยเหลือลูเคียกับพวกอิจิโกะ ขณะที่เดินทางจะเข้าประตูเมืองอิจิโกะต้องผ่านด่านของคนเฝ้าประตู และต่อสู้กับอิชิมารุ งิน หัวหน้าหน่วย 3 ซึ่งเธอได้ช่วยรักษาบาดแผลของคนเฝ้าประตูที่โดนงินทำร้าย ต่อมาหลังผ่านม่านพลังเข้าสู่เซเรเทย์ได้ เธอก็ได้แยกทางกับเพื่อนๆโดยร่วมเดินทางไปกับ อิชิดะ อุริว ควินซี่คนสุดท้ายที่เป็นเพื่อนในกลุ่ม โอริฮิเมะได้ต่อสู้กับ และเกือบโดนทำร้ายโชคดีที่อิชิดะช่วยไว้ แต่เหตุการณ์นั้นทำให้ซึบากิ ตัวโจมตีของเธอบาดเจ็บไป หลังจากนั้นเธอได้วางแผนกับอิชิดะปลอมตัวเป็นยมทูตโดยการขโมยชุดแต่ก็โดน คุโรซึจิ มายูริ หัวหน้าหน่วย 12 รู้เท่าทันและมาต่อสู้แต่อิชิดะ ให้ อันดับ ของหน่วย 11 มาเอาตัวเธอหลบหนีไปก่อน ต่อมาเธอได้เจอกับ ซาราคิ เคมปาจิ หัวหน้าหน่วย 11 ซึ่งต้องการเจออิจิโกะ จึงได้กักตัวเธอไว้ให้ช่วย หลังจากนั้นโอริฮิเมะกับอิชิดะ แช้ด และกันจูได้ขึ้นไปยังลานประหารในขณะที่อิจิโกะกำลังสู้กับเบียคุยะอยู่ เมื่อขึ้นไปถึงเธอก็ได้ไปรับอิจิโกะเอาไว้ บอกคำหวานซึ้งตามที่เธอห่วงใยอิจิโกะ ต่อมาหลังจากที่ไอเซ็นก่อกบฎจนเหตุการณ์สงบลง และพวกอิจิโกะก็ได้รับการยอมรับในฐานะผู้มีพระคุณ เธอและพวกอิจิโกะ ยกเว้น ลูเคีย ก็กลับไปยังโลกมนุษย์ดังเดิม

ภาคอารันคาร์

หลังจากเสร็จสิ้นพวกเบาท์ไป ก็ได้มีข่าวคราวของไอเซ็นว่ามีการพัฒนาการขึ้น โดยจุดเริ่มต้นก็คือ อุลคิโอร่า Espada หมายเลข 4 และ ยามี่ หมายเลข 10 ได้ลงมายังโลกมนุษย์ตามคำสั่งของไอเซ็นเพื่อมาส่องดูเพื่อกำจัดเป้าหมายที่เป็นอันตรายต่อพวกพ้องตน โดยที่แช้ดกับโอริฮิเมะสัมผัสได้ และได้ตามไปถึงสวนสาธารณะได้เห็นพวกคนที่ถูกยามี่ดูดวิญญาณและหนึ่งในนั้น มี ทัตสึกิ แต่โชคดีที่ไม่ตาย แช้ดได้บอกให้โอริฮิเมะถอยไป โดยตนจะต่อสู้เอง หลังจากที่เธอไปไม่นาน แช้ดก็ถูกยามี่เล่นงานจนแขนซ้ายขาดห้อยร่องแร่ง โอริฮิเมะสัมผัสได้จึงไปหาแช้ด และได้พยายามต่อสู้กับยามี่ แต่ซึบากิพลังโจมตีเพียงหนึ่งเดียวของเธอก็ถูกทำลายไม่เหลือซาก โชคดีอิจิโกะมาช่วยทัน แต่ทว่าอิจิโกะต้องพ่ายแพ้และกำลังจะถูกยามี่ฆ่าเพราะมัวแต่สู้กับฮอลโลว์ในตัวเองจึลไม่มีแรงต่อสู้ แต่โอริฮิเมะพยายามเข้ามาขวางจึงถูกยามี่ตบกระเด็นไปไกลบาดเจ็บสาหัส โชคดีที่อุราฮาระกับโยรุอิจิมาช่วยทัน ต่อมาหลังได้รับการรักษา พวกลูเคีย เร็นจิ รันงิคุ ฮิซึกายะ อิกคาคุ ยูมิจิกะ ก็มายังโลกมนุษย์ ลูเคียได้พาอิจิโกะมาขอโทษโอริฮิเมะที่ไม่แข็งแกร่งพอและปกป้องเธอไม่ได้ นอกจากนี้ รันงิคุก็ได้มาขอพักบ้านเธอด้วยและเป็นคนแรกที่ชิมอาหารของเธอแล้วอร่อยอีกด้วย ซ้ำยังเธอยังเป็นรักษา ฮิซึกายะ และ ลูเคียจากการต่อสู้ระหว่างที่มาสังกัดโลกมนุษย์กับพวกกิลเลียน ต่อมาไม่นานนักพวกยมทูต ตัวแทน รวมถึงพวกไวเซิร์ด(กองทัพหน้ากาก) และผู้มีพลังและรู้เรื่องเกี่ยวกับโลกยมทูตดีอย่างพวกแช้ด อิชิดะ โอริฮิเมะ ก็ได้ซ้อมรบก่อนฤดูหนาวที่จะมาถึง แต่เนื่องจาก อุราฮาระ ได้เกรงว่าไอเซ็นจะต้องการพลังย้อนกลับของโอริฮิเมะ จึงได้ว่าเธอเป็นตัวถ่วงเนื่องจากไม่มี ซึบากิ โอริฮิเมะกลั้นน้ำตา และมาร้องไห้กับลูเคีย แต่ลูเคียได้ปลอบใจว่าเธอไม่ใช่ตัวถ่วง สุดท้ายซึบากิเธอก็ฟื้นคืนกลับมาจากความช่วยเหลือของพวกไวเซิร์ด โอริฮิเมะจึงได้ฝึกการต่อสู้โดยการไปซ้อมกับลูเคียที่โซลโซไซตี้หลังจากได้รับการอนุญาตจาก อุคิทาเกะ หัวห้าหน่วย 13 และก็เป็นไปดั่งที่ อุราฮาระคาดไว้ ไอเซ็นได้ต้องการตัวของโอริฮิเมะ โดยการส่งพวกEspadaมาต่อสู้กับพวกอิจิโกะและลูเคีย เพื่อเปิดช่องให้ อุลคิโอร่า มาลักพาตัวโอริฮิเมะ ระหว่างที่เธอกำลังจะไปโลกมนุษย์หลังจากฝึกซ้อมที่โซลโซไซตี้แล้ว โดยเธอโดนบังคับแบบมัดมือชกเพราะถูกขู่ว่าจะสังหารพวกเพื่อนพ้องเธอ โดยอุลคิโอร่า ให้เวลา 12 ชม. ไปบอกลาคนเพียงคนเดียวแบบไม่ให้รู้ตัว ซึ่งเธอเลือกจะไปบอกกับ อิจิโกะ ที่กำลังนอนหลับตายให้องของเขาเนื่องจากบาดเจ็บจากากรต่อสู้กับกริมจอร์ Espada 6 โอริฮิเมะได้พูดความในใจ และพยายามจะจุมพิตอิจิโกะที่ไม่ได้สติ แต่เธอก็ทำไม่ได้ เธอจึงรักษาบาดแผลและลาจากไปอย่างเจ็บปวด

ภาคฮูเอโก มุนโด้

หลังจากที่โอริฮิเมะไปยัง ลาสนอเช่ ปราสาทของไอเซ็น เธอได้รักษาแขนซ้ายของกริมจอร์จนหายดีแล้ว ไอเซ็นยังให้เธอเป็นพวกโดยการให้ใส่ชุดเครื่องแบบของอารันคาร์ ทั้งยังเคยให้เธอดู โฮเงียคุอีกด้วย และขังเธอไว้ในห้องใหญ่ โดยอุลคิโอร่าเป็นคนคอยเฝ้าดู ต่อมาพวกอิจิโกะ แช้ด อิชิดะ ลูเคีย เร็นจิ ได้มาช่วยเธอ โอริฮิเมะได้แต่เฝ้าคอยและเป็นห่วงเหมือนอย่างความรู้สึกของลูเคียที่จะถูกประหาร ต่อมาหลังจากที่เธอได้สัมผัสว่า แช้ดเพื่อนของเธอได้พ่ายแพ้แล้วจากพลังวิญญาณเธอได้ถามกับอุลคิโอร่า ว่า "แช้ดยังไม่ตายใช่มั้ย"แต่คำพูดของอุลคิโอร่าทำให้เธอทนไม่ไหว ถึงกับวิ่งไปตบหน้าอย่างแรง และหลังจากที่ เธอสัมผัสพลังของเพื่อนเธอ ลูเคีย ตามด้วยอิจิโกะ เมื่อรับรู้ถึงอันตรายที่เกิดกับเพื่อนเธอจึงพยายามที่จะออกไปจากห้องขัง แต่แล้ว 2 อารันคาร์ โลลี่ กับ มิโนริ ที่อิจฉาริษยาเธอที่ไอเซ็นให้การดูแลเป็นพิเศษจึงได้เข้ามาพูดคุยและทำร้ายจนเกือบตาย โชคดีที่กริมจอร์เข้ามาช่วยเพราะตอบแทนค่าที่เธอช่วยรักษาแขนซ้ายให้เขา และลากคอโอริฮิเมะ ไปยังอิจิโกะที่ใกล้ตาย จากการที่ต่อสู้กับ อุลคิโอร่า และบังคับให้เธอรักษาอิจิโกะ แต่ระหว่างที่เธอรักษาอยู่ อุลคิโอร่าก็ได้เข้ามาขัดขวาง กริมจอร์เกรงว่าจะเสียแผน จึงเข้าต่อสู้กับอุลคิโอร่าเล่นลอบกัด จนอุลคิโอร่าเพลี่งพลำจนต้องหนีไปตั้งหลัก และกริมจอร์ก็บังคับให้โอริฮิเมะรักษาอิจิโกะต่อ แต่โอริฮิเมะไม่ยอมรักษาหลังจากที่รู้ว่า กริมจอร์ให้รักษาอิจิโกะเพียงเพราะให้อิจิโกะลุกขึ้นมาสู้และจะฆ่าให้ตายไปข้างนึงตามนิสัยที่ชอบต่อสู้ กริมจอร์โกรธจะทำร้ายเธอแต่อิจิโกะมาขวางไว้และขอให้ เธอรักษาเขาและกริมจอร์ และให้เธอรอดูการต่อสู้ซึ่งถ้าเขาชนะ เขาจะพาเธอกลับบ้าน อิจิโกะเข้าต่อสู้กับกริมจอร์อย่างเอาเป็นเอาตาย และพลาดท่าแม้จะใช้ท่าสวมหน้ากาก แต่เมื่อกริมจอร์ปลดปล่อยดาบ อิจิโกะก็แทบจะรับไม่ไหว โอริฮิเมะซึ่งไม่เคยเห็นอิจิโกะในสภาพฮอลโลว์จึงมัวแต่กลัว แต่เนล อดีต Espada 3 ในร่างเด็กได้พูดให้กำลังใจอิจิโกะและอธิบายให้เธอฟังจนหายกลัว โอริฮิเมะได้ตะโกนให้กำลังใจอิจิโกะ โดยขอว่าอย่าตาย อิจิโกะจึงมีกำลังใจและต่อสู้กับกริมจอร์จนชนะ และพาเธอกลับ แต่แล้ว นอยโทร่า Espada 5 ได้มาขวางและจะซ้ำเติมอิจิโกะที่บาดเจ็บจนสู้ไม่ไหว ส่วนตัวเธอก็ถูก ลูกน้องนอยโทร่าจับตัวไว้ อิจิโกะกำลังจะถูกฆ่าโชคดีที่ เนลได้กลับร่างเดิม คือ เนเรียล และได้ต่อสู้กับนอยโทร่า จนเกือบจะชนะ แต่ทว่ากลับร่างเป็นเด็กที่จำความอะไรไม่ได้เหมือนเดิม และก็โชคดีของพวกอิจิโกะ ที่ทางโซลโซไซตี้ส่ง ซาราคิ เคมปาจิ หน่วย 11 คุจิกิ เบียคุยะ หน่วย 6 อุโนะฮานะ เร๊ตสึ หน่วย 4 มาช่วย โดยเคมปาจิช่วยอิจิโกะไว้ และสู้กับนอยโทร่าจนชนะ ขณะที่อิจิโกะกำลังจะพาโอริฮิเมะกลับEspada มาจับตัวไว้ไปยังปราสาท โดยที่ไอเซ็นได้กล่าวกับเธอว่า ให้ยิ้ม อย่าเศร้าไป แล้วจะกลับมาหาเธออีกครั้งหลังจากทำลายเมืองได้แล้ว ซึ่งจุดประสงค์ที่แท้จริงของไอเซ็นไม่ได้ต้องการพลังของเธอ แต่ที่จับตัวเธอมา เพื่อให้พวกโซลโซไซตี้ปั่นป่วน และจะเพิ่มกำลังรักษาไปที่จุดเดียวโดยไม่ได้มุ่งที่จุดโลกมนุษย์ แต่ยามาโมโตะ แห่ง หน่วย 1 รู้เท่าทันจึงได้ยกพวกมาดักไอเซ็นที่เมืองคาราคุระปลอม ที่สร้างจำลองขึ้นมา ฝ่ายอิจิโกะได้ติดตามโอริฮิเมะไปยังปราสาทลาสนอเช่ ในขณะที่อุลคิโอร่ากำลังคุยกับโอริฮิเมะและเอามือไปแตะที่สันจมูกเธอ อิจิโกะได้บุกเข้ามาช่วย และต่อสู้กับอุลคิโอร่า ระหว่างนั้นโลลี่และมิโนริได้ฟังจากที่ไอเซ็นบอกว่า โอริฮิเมะได้หมดประโยชน์แล้ว ทั้งคู่จึงตรงไปจะฆ่าเธอซะด้วยไม่ชอบเธอ ระหว่างที่อิจิโกะสู้กับอุลคิโอร่า โอริฮิเมะก็ถูกจับเป็นตัวประกันแต่แล้วยามี่ก็เข้ามาบอกกับ 2 อารันคาร์ว่า "เกะกะ"แล้วปัดมิโนริกระเด็นไปไกลก่อนจะทำร้ายโลลี่แต่โอริฮิเมะได้ช่วยรักษาไว้ ยามี่จะทำร้ายโอริฮิเมะแต่โลลี่คงซึ้งในน้ำใจที่โอริฮิเมะช่วยรักษาพวกเธอถึง 2 ครั้ง ทั้งๆที่พวกเธอจะฆ่าโอริฮิเมะด้วยซ้ำ โลลี่ได้เข้าต่อสู้กับยามี่จนถึงแก่ความตายแล้งยามี่มุ่งเป้าหมายมายังโอริฮิเมะ โชคดีที่อิชิดะ มาช่วยทัน แล้วอิจิโกะกับอุลคิโอร่าก็ออกไปสู้กันข้างนอกปราสาท แต่เมื่ออุลคิโอร่าปลดปล่อยดาบ อิจิโกะถึงกับโดนซีโร่ทะลุอกจนแน่นิ่ง โอริฮิเมะตามขึ้นไปหาเมือ่เห็นอิจิโกะก็พยายามจะรักษาแต่อุลคิโอร่าบอกว่า เปล่าประโยชน์เพราะตายแล้ว แล้วอุลคิโอร่าก็ไปสู้กับอิชิดะ โอริฮิเมะถึงกับคลั่งกรีดร้องให้อิจิโกะช่วย ทันใดนั้น อิจิโกะในสภาพที่ฮอลโลว์เต็มตัวเข้าต่อสู้กับอุลคิโอร่าจนอุลคิโอร่าพ่ายแพ้แล้วร่างกายสลายไป แต่ก่อนที่จะสลายไปเขาได้มองไปที่โอริฮิเมะได้ถามเธอว่า "กลัวข้าหรือไม่? แม่หญิง" โอริฮิเมะตอบด้วยแววตาเศร้าสร้อย "ไม่กลัวหรอก" อุลคิโอร่าพยายมจะยื่นมือไปจับมือโอริฮิเมะก็ยื่นมือตอบแต่ไม่ทันจะจับมืออุลคิโอร่าก็สลายไป

อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ

ที่มา th.wikipedia.org

Read More »

เพลงประกอบการ์ตูน Bleach บลีชเทพมรณะ

เพลงเปิด (OPENING)

รวมรายชื่อเพลงบลีชมันส์ๆ มีทั้งหมด 40 กว่าเพลง อันนี้สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าบลีชนั้นมีเพลงอะไรบ้าง ใครชอบการ์ตูนเรื่องนี้ก็สามารถดูได้เลยครับว่ามีเพลงอะไรบ้าง เผื่อไปออกรายการแฟนพันธ์แท้ (ฮา) แฟนตัวจริงงานนี้ไม่ควรพลาดนะจ๊ะ

ลำดับ ชื่อเพลง ผู้ร้อง ตอนที่ใช้
1 Asterisk Orange Range 1-25
2 D-tecnoLife UVERworld 26-51
3 Ichirin no Hana High and Mighty Color 52-74
4 TONIGHT, TONIGHT, TONIGHT BEAT CRUSADERS 75-97
5 Rolling Star YUI 98-120
6 ALONES Aqua Timez 121-143
7 After Dark Asian Kung-Fu Generation 144-167
8 CHU-BURA KELUN 168-189
9 VELONICA Aqua Timez 190-214
10 Shoujo S Scandal 215-242
11 Anima Rossa Porno Graffiti 243-265
12 Change Miwa 266-291
13 Ranbu no Melody SID 292-316
14 Blue ViVid 317-342
15 Harukaze Scandal 343-366

เพลงปิด (ENDING)

ลำดับ ชื่อเพลง ผู้ร้อง ตอนที่ใช้
1 Life is Like a Boat Rie Fu 1-13
2 Thank You!! HOME MADE Kazoku 14-25
3 Houkiboshi Younha 26-38
4 happypeople Skoop on Somebody 39-51
5 LIFE YUI 52-63
6 My Pace SunSet Swish 64-74
7 Hanabi Ichimono Gakari 75-86
8 MOVIN!! Takacha 87-97
9 Baby It's You JUNE 98-109
10 Sakura Biyori Mai Hoshimura 110-120
11 Tsumasaki Ore Ska Band 121-132
12 Daidai Chatmonchy 133-143
13 Tane wo Maku Hibi Atari Kousuke 144-154
14 Kansha RSP 155-167
15 Orange Lil'B 168-176
16 Gallop pe'zmoku 177-189
17 Hitohira No Hanabira Stereo Pony 190-201
18 Sky Chord ~Otona ni Naru Kimi he~ Tsuji Shion 202-214
19 Kimi wo Mamotte, Kimi wo Aishite Sambomaster 215-229
20 mad surfer kenichi asai 230-242
21 Sakurabito SunSet Swish 243-255
22 Tabidatsu Kimi e RSP 256-265
23 Stay beautiful DIGGY-MO' 266-278
24 Echoes Universe 279-291
25 Last Moment SPYAIR 292-303
26 Song for... ROOKiEZ is PUNK'd 304-316
27 Aoi Tori Blue Bird(Fumika) 317- 329
28 Haruka Kanata UNLIMITS 330- 342
29 Re:pray Aimer 343-354
30 Mask Aqua Timez 355- 366


ที่มา th.wikipedia.org

Read More »

การ์ตูน บลีชเทพมรณะ อีกหนึ่งการ์ตูนมันส์ๆในยุคนี้

การ์ตูน บลีชเทพมรณะ (ญี่ปุ่น: ブリーチ Burīchi ในชื่ออังกฤษว่า Bleach ?) เป็นผลงานการ์ตูนญี่ปุ่นของคุโบะ ไทเทะ ซึ่งในขณะนี้ถูกตีพิมพ์ลงนิตยสารโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2544 ส่วนในประเทศไทยนั้น บลีชกำลังถูกตีพิมพ์ในนิตยสารบูม โดยมีสำนักพิมพ์เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์

เทพมรณะเป็นเรื่องของ คุโรซากิ อิจิโกะ นักเรียนมัธยมปลายอายุ 15 ปีผู้มีความสามารถมองเห็นวิญญาณ อิจิโกะได้พบกับยมทูตหญิงชื่อ คุจิกิ ลูเคีย ในขณะที่เธอกำลังตามล่าฮอลโลว์ตนหนึ่ง ลูเคียเสียท่าให้กับฮอลโลว์ตนนั้นจึงจำเป็นต้องถ่ายทอดพลังของยมทูตให้กับอิจิโกะ นับจากนั้นอิจิโกะจึงต้องทำหน้าที่ยมทูตแทนลูเคียจนกว่าพลังของเธอจะกลับมา

นอกจากนี้เทพมรณะได้ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูน สองอะนิเมะโอวีเอ สี่ภาพยนตร์ ละครเพลง วีดีโอเกม และการ์ดเกม โดยภาพยนตร์การ์ตูนออกอากาศทางสถานีทีวีโตเกียว ในเมืองไทยฉายที่ช่อง ทรู สปาร์ค และลิขสิทธิ์ดีวีดีและวีซีดีในประเทศไทยโดย โรส มิเดีย เอ็นเตอร์เทนเมนต์


เนื้อเรื่อง

เด็กหนุ่มธรรมดาที่มีพลังมองเห็นวิญญาน ที่มีชื่อว่า คุโรซากิ อิจิโกะ ได้พบกับยมทูตหญิงคนนั่นคือ คุจิกิ ลูเคีย แต่ด้วยความสามารถนั้น ทำให้คุจิกิ ลูเคีย เข้าใจผิดและจับตัวไว้หลังจากนั้น ฮอลโลว์ก็บุกมาที่บ้านของอิจิโกะและได้ทำร้ายคนในบ้านจนบาดเจ็บสาหัส ลูเคียได้เอาตัวเข้ารับการกระทำของฮอลโลว์แทนอิจิโกะจนบาดเจ็บปางตาย ทางเดียวที่จะช่วยเหลือทุกคนได้นั่นก็คือให้อิจิโกะเป็นตัวแทนให้กับคุจิกิ ลูเคีย ทำให้ลูเคียไม่มีพลังพอที่จะกลับไปที่โซลโซไซตี้ ต้องใช้ชีวิตเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายร่วมกับอิจิโกะ โดยมี อุราฮาร่า คิสึเกะ เป็นผู้แนะนำการใช้ร่างวิญญาณเทียม


โซลโซไซตี้

เนื่องด้วย คุจิกิ ลูเคียได้ทำการมอบพลังวิญญาณเพื่อให้ คุโรซากิ อิจิโกะ จึงได้ถูกพิพากษาให้รับการลงโทษด้วยการตายแแต่ คุโรซากิ อิจิโกะ ได้สาบานว่าจะไปช่วยชีวิต คุจิกิ ลูเคีย แต่กลับกลายเป็นว่า อิชิมารุ งิน ไอเซ็น โซสึเกะ ได้ก่อการกบฎ นำเอา โอเคียวคุที่ อุราฮาร่า คิสึเกะ เก็บซ่อนในตัวของ คุจิกิ ลูเคีย ออกมาเพื่อนำไปสร้างโลกใหม่ ที่มีแต่ อารันคาร์เท่านั้น
อารันคาร์

หลังการกบฎของ ไอเซ็น โซสึเกะ ก็ได้กลับโลกมนุษย์ พร้อมกับได้รับมอบพลังวิญญาณใหม่เพื่อใช้ต่อกรกับ ไวเซิร์ดและ อารันคาร์ กองทัพปีศาจที่ ไอเซ็น โซสึเกะ สร้างขึ้นให้มีพลังวิญญาณและความสามารถแบบเดียวกับยมทูต พร้อมทั้วบุกมาที่โลกมนุษย์เพื่อสร้าง โลกของ อารันคาร์ เมืองของ คุโรซากิ อิจิโกะ

เบาท์ (Bount) เป็นเผ่าพันธุ์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความผิดพลาดในการทดลองสร้างชีวิตนิรันดร์ ของกองวิทยาการแห่งโซลโซไซตี้ โดยรันเฑาได้สร้างให้มีความสามารถในการดืมไอละอองวิญญาณและสามารถรับอาหารได้เช่นมนุษย์มีพลังพิเศษเฉพาะตนแบบยมพูต โดยใช้ "ดอลล์" มีชีวิต ยืนยาว ซึ่งมีชีวิตที่ยืนยาวจากการดูดกินวิญญาณมนุษย์ที่เสียชีวิตแล้วเป็นอาหาร ไม่มีความสามารถในการสืบเผ่าพันธุ์ ได้หลุดรอดไปที่โลกมนุษย์

โลกของเทพมรณะ

โซลโซไซตี้ เป็นมิติที่ประกอบด้วยอนูวิญญาณเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าสิ่งก่อสร้าง ต้นไม้ ก้อนหิน หรือพื้นดิน ดังนั้นวิญญาณที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้จึงอยู่ในสภาพของสิ่งมีชีวิตที่มีอนูวิญญาณเป็นพื้นฐาน คล้ายคลึงกับโลกที่มีอนุภาคต่างๆ เป็นพื้นฐานของมวลสารนั่นเอง วิญญาณจึงมีอวัยวะมีเลือดเฉกเช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ต่างกันเพียงอนุภาคมูลฐานเท่านั้นเอง

ในโลกของบลีช กรรมที่คนคนหนึ่งทำขณะมีชีวิตเป็นตัวกำหนดที่ที่วิญญาณของคนคนนั้นจะไปหลังความตาย วิญญาณของคนดี จะถูกส่งไปที่ 'อังกฤษ: Soul Society ซึ่งคนโดยทั่วไปเรียกว่า "สวรรค์" เป็นชุมชนของวิญญาณที่มีสภาพสังคมคล้ายกับประเทศญี่ปุ่นสมัยโบราณ โซลโซไซตี้ทำหน้าเป็นที่พักของวิญญาณก่อนที่จะไปเกิดเป็นมนุษย์ใหม่อีกครั้ง แบ่งเขตเป็น 2 เขตใหญ่คือ ญี่ปุ่น: 流魂街 ลูคอนไก ? ซึ่งมีเขตการปกครองทั้งหมด 320 เขต ซึ่งเป็นสถานที่อาศัยของวิญญาณเร่ร่อน กับ ญี่ปุ่น: 瀞霊廷 เซย์เรย์เทย์ ? ที่อยู่กึ่งกลางของโลกโซลโซไซตี้ ซึ่งเป็นที่อาศัยของเหล่ายมทูตและตระกูลขุนนางในโซลโซไซตี้ พวกที่ไม่ใช่ยมทูตแต่ทำการบุกเข้ามาในเขตของเซย์เรเทย์โดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกเรียกว่า "เรียวกะ" หรือผู้บุกรุกนั้นเองซึ่งหากทาง 13 หน่วยพิทักษ์สามารถควบคุมตัวไว้ได้ เรียวกะจะถูกนำไปพิพากษาโทษหนักหรือเบาตามความผิดที่ได้ก่อไว้กับทาง ญี่ปุ่น: 瀞霊廷 เซย์เรย์เทย์ ?

อิโนะอุเอะ คนนี้ที่อยากให้เป็นนางเอกมากๆ

นรก
ฮอลโลว์ที่ถูกทำลายด้วยดาบฟันวิญญาณ ดาบฟันวิญญาณจะชำระบาปที่ทำไปในระหว่างเป็นฮอลโลว์ให้ หากก่อนตายเป็นคนดีก็ไปโซลโซไซตี้ หากเป็นคนชั่วจะถูกส่งไปยังนรก สถานที่ซึ่งวิญญาณที่มีบาปในจิตใจจะต้องไป ในเรื่องเทพมรณะนี้ เมื่อเหล่าวิญญาณที่กลายสภาพเป็นฮอลโล่ว์และทำชั่วในตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ประตูนรกก็จะมาปรากฏและดึงวิญญาณดวงนั้นลงสู่ขุมนรกในทันที เพราะดาบฟันวิญญาณของยมทูตจะชำระบาปที่ทำระหว่างเป็นฮอลโลว์เป็น บาปหลังความตาย เช่น ฆ่าคนตายในตอนที่เป็นฮอลโล แต่บาประหว่างยังไม่ตายจะได้รับในนรก

ที่มา th.wikipedia.org
Read More »

โมเดล Keroro Platoons Set สิบโทเคโรโระ

มารีวิวแบบเฉียดไลน์กันอีกสักทีกับ Keroro Platoons Set ซึ่งรอบนี้ข้าน้อยมิได้ซื้อมาเองนะขอรับ แต่ท่านพ่อซื้อมาให้จากที่ำทำงานในราคาที่แสนจะถูกเพราะเป็นงานของจีน ไม่ใช่ของแท้ แต่ข้าน้อยก็มิสนเพราะยังไงก็ยังเป็นกองทัพเคโรนอยู่วันยังค่ำ เอาละมาเริ่มกันเลยดีกว่า..

กล่องทั้งหมดครับ(ท่านพ่อรู้ได้ไงนะว่ามันมีกัน5ตัว สงสัยจริงๆ) ใบปิดกล่อง จะแยกไปตามสีของแต่ละตัวเลยนะครับ

ด้านหลังจะเห็นว่ามันเป็นของชุด ชุดละ 3แบบ มีแค่ keroro ซ้ำหน้า (แต่คนละแบบนะ) ท่านพ่อคงเห็นหน้ามันเหมือนกันมั้ง เลยหยิบมาแต่ตัวที่หน้าไม่เหมือน (ยังดีที่ไม่หยิบแบบใส่ชุดรบมานะ เพราะมันไม่เท่ห์เลย)


Keroro Platoons Set สิบโทเคโรโระ
ออกมาจากกล่องจะมีอยู่ 3 ส่วนด้วยกันนะครับ คือ ตัวสิบโท เคโระบอล และ ฐาน

ตัวสิบโท ไม่สามารถขยับอะไรได้เลย นอกจากหมุนหัว แขนขยับไม่ได้ (ของแท้ขยับได้จ้า) การทำสีก็ยังมีขาดๆๆเกินอยู่พอสมควร (หน้าตาพอจะได้ว่าสิบโทก็โอเคละ)

เคโระบอล ลงสีมาได้ดี แต่ไม่มีรายละเอียดของแต่ละปุ่มว่าเป็นอะไรบ้าง คงต้องลงกันเอง สีมันเหนียวๆติดมือยังไงก็ไม่รู้ (รึมันร้อนจนละลายหว่า) ทำให้ไม่อยากจะไปจับมันมาก(กลัวสีหลุดติดมือ)

ฐาน มีรูปดาวสัญลักษณ์ของสิบโทนูนขึ้นมา มีช่องเสียบขาให้ยืนได้แต่ที่เสีบมีขนาดใหญ่กว่าช่องใต้เท้ามากๆๆกว่าจะยัดลงไปได้ (ออกแรงมากไม่ได้ สิบโทจะสีหลุด) แต่ทำออกมาได้ดี มีเศษขอบเกินมานิดหน่อย ใช้มีดตกแต่งให้งามได้

มาดูหลังจากรวมร่างแล้ว (เคโระบอลวางไว้เฉยๆไม่มีที่ยึดนะขอรับ)


ก็ขอจบการรีวิวสิบโทเพียงเท่านี้นะครับ (พอดีถ่ายรูปไว้เท่านี้ก่อนที่จะไปข้างนอก) พรุ่งนี้พบกับเหยื่อรายต่อไป "สิบตรีกิโรโระ (Giroro-gochōu)"ละกันนะครับ ขอบคุณที่ติดตามชม

ที่มา josaku021.exteen.com

Read More »